Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2124/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่พิพาทตามคำฟ้องเดิมซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยบุกรุกทำรั้วล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ที่ 1 มีราคาเพียง 1,000 บาทเท่านั้น แต่เมื่อทำแผนที่กลางจำเลยนำชี้นอกเหนือออกไปจากที่พิพาทคำฟ้องเดิมคิดเป็นราคา 4,000 บาท และระบุไว้ในแผนที่กลางว่าที่พิพาทตามคำฟ้องเดิมกับที่จำเลยชี้นอกเหนือออกไปนั้น เป็นที่พิพาทในคดีทั้งหมด ดังนี้ย่อมไม่เป็นการถูกต้อง เพราะเป็นการนอกประเด็นในคำฟ้องและข้อต่อสู้ ฉะนั้น การที่โจทก์ขอแก้คำขอท้ายฟ้องเพิ่มเติมทุนทรัพย์จาก 1,000 บาทเป็น 5,000 บาท และขอเสียค่าขึ้นศาลเพิ่ม จึงเป็นการตั้งทุนทรัพย์ขึ้นใหม่ อันเป็นทุนทรัพย์นอกที่พิพาทและนอกคำฟ้อง ไม่ใช่เป็นการขอเพิ่มราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179(1) การแก้ไขคำฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบที่จะกระทำได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ มีที่สวนติดกับที่ดินจำเลย โจทก์ที่ ๒ ปลูกเรือนในที่สวนนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๑๕ จำเลยและบริวารและบุกรุกทำรั้วเข้าไปในที่สวนโดยปักเสาขึงลวดหนามปิดช่องประตูบ้านและบันใดเรือนบางส่วนของโจทก์ที่ ๒ รถเข้าออกส่งสินค้าไม่ได้ ทำให้ขาดประโยชน์ไป ๒,๐๐๐ บาท ขอให้พิพากษาว่าที่ดินส่วนที่จำเลยบุกรุกราคา ๑,๐๐๐ บาทเป็นของโจทก์ที่ ๑ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ให้จำเลยรื้อลวดหนามและใช้ค่าเสียหาย ๒,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ที่ ๒

จำเลยให้การฟ้องแย้งว่า แผนที่ท้ายฟ้องไม่ถูกต้อง สามีโจทก์ที่ ๒ มาขออาศัยปลูกบ้านในที่ดินของจำเลย ต่อมาโจทก์ที่ ๒ ซ่อมแซมบ้าน จำเลยห้ามและบอกให้รื้อออกไปก็เพิกเฉย จำเลยจึงกั้นรั้วเพื่อป้องกันไม่ใช่โจทก์ที่ ๒ กับบริวารมาเกี่ยวข้อง โจทก์ที่ ๒ ไม่เสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ โจทก์ที่ ๑ ยื่นคำร้องขอขายที่ดินนำรังวัดเข้าไปในเขตที่ดินของจำเลย จำเลยได้คัดค้านและครอบรองที่ดินมา โจทก์ที่ ๑ ไม่ฟ้องใน ๑ ปี คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ที่ ๒ รื้อเรือนออกไป โจทก์ให้การฟ้องแย้ง ไม่รับรองแผนที่สังเขปท้ายคำให้การ จำเลยเพิ่งจะบุกรุกเข้าไปในที่พิพาทเพื่อแย่งสิทธิของโจทก์ และเจตนาจะให้โจทก์ที่ ๒ รื้อบ้านเรือนเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จำเลยไม่เคยครอบครองที่พิพาท การคัดค้านของจำเลยไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์ เพราะโจทก์ที่ ๒ เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาท ศาลชั้นต้นให้ทำแผนที่กลางตามที่คู่ความนำชี้ ปรากฏว่าจำเลยนำชี้ที่ดินนอกเหนือไปจากที่พิพาทตามฟ้องเป็นของจำเลยเพิ่มขึ้นอีกคิดเป็นราคา ๔,๐๐๐ บาท

เมื่อสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จแล้ว โจทก์ขอแก้ขอท้ายฟ้องเพิ่มทุนทรัพย์จาก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๕,๐๐๐ บาท และขอเสียค่าขึ้นศาลเพิ่ม ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่พิพาทตามแผนที่กลางเป็นของโจทก์ที่ ๑ เรือนของโจทก์ที่๒ บางส่วนปลูกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของจำเลย จำเลยทำรั้วลวดหนามในที่ดินโจทก์ที่ ๑ ทำให้โจทก์ที่ ๒ ได้รับความเสียหาย ๕๐๐ บาท พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ที่ ๑ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องให้จำเลยรื้อลวดหนามออกไปจากที่ดินโจทก์ที่ ๑ และใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๕๐๐ บาท กับให้โจทก์ที่ ๑ รื้อเรือนส่วนที่ล้ำเข้าไปในที่ดินจำเลย โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้คำขอท้ายฟ้องเพิ่มเติมทุนทรัพย์นั้น

ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ วรรคสอง และฟังว่าที่พิพาทตามฟ้องเดิมเป็นของโจทก์ที่ ๑จำเลยกั้นรั้วเข้าไปในเขตที่ดินพิพาท ทำให้โจทก์ที่ ๒ เสียหาย ๒,๐๐๐ บาท พิพากษาแก้เป็นว่า ที่พิพาทตามฟ้องเดิมเป็นของโจทก์ที่ ๑ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน๒,๐๐๐ บาท และไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลที่เสียเพิ่ม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา ในปัญหาที่ว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้องนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นเกี่ยวกับที่พิพาทตามคำฟ้องเดิมซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยบุกรุกทำรั้วล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ที่ ๑ ซึ่งมีราคาเพียง ๑,๐๐๐ บาทเท่านั้น แต่เมื่อทำแผนที่กลางจำเลยนำชี้นอกเหนือออกไปจากที่พิพาทคำฟ้องเดิมคิดเป็นราคา ๔,๐๐๐ บาท และระบุไว้ในแผนที่กลางว่าที่พิพาทตามคำฟ้องเดิมกับที่จำเลยชี้นอกเหนือออกไปนั้น เป็นที่พิพาทในคดีทั้งหมด ดังนี้ย่อมไม่เป็นการถูกต้อง เพราะเป็นการนอกประเด็นในคำฟ้องและข้อต่อสู้ ฉะนั้น ที่โจทก์ขอเพิ่มราคาทรัพย์อีก ๔,๐๐๐ บาทเป็น ๕,๐๐๐ บาทนั้น และ จึงเป็นการตั้งทุนทรัพย์ขึ้นใหม่ อันเป็นทุนทรัพย์นอกที่พิพาทและนอกคำฟ้อง กรณีไม่ใช่เป็นการขอเพิ่มราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๙(๑)

การแก้ไขคำฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบที่จะกระทำได้ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำขอท้ายฟ้องเช่นนี้ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ ในปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่า เรือนโจทก์ที่ ๒ ปลูกรุกล้ำที่ดินจำเลยโดยสุจิตต้องปรับคดีตามมาตรา ๑๓๑๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหานี้คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น จึงไม่รับวินิจฉัยให้ สำหรับฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงบางข้อนั้น วินิจฉัยว่าโจทก์เองว่าจำเลยทำรั้วลุกที่สวนราคา ๑,๐๐๐ บาทของโจทก์ที่ ๑ เป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๒ เสียหาย ๒,๐๐๐ บาท ราคาทุนทรัพย์ที่พิพาทมีเพียง ๓,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเรื่องค่าเสียหายเพียงเล็กน้อย คดีต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงรวมมาจึงไม่ชอบ ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีโจทก์ขาดอายุความนั้น วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง และโจทก์ได้ฟ้องจำเลยภายใน ๑ ปีนับแต่วันที่จำเลยบุกรุกที่ของโจทก์ คดีของโจทก์จึงไม่ขาดสิทธิในการฟ้องร้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองในที่พิพาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน (พิสัณห์ ลีดเวทย์ เฉลิม กรพุกกะณะ ชลอ จามรมาน)()ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายนิวัฒน์ แก้วเกิดเคนศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณยภักดี

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4969/2540

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมาย อันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตาม ป.วิ.พ.มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2449/2517

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1 งาน 50 ตารางวา ราคา 2,000 บาท แต่เมื่อไปทำแผนที่พิพาทปรากฏว่าที่ดินตรงที่โจทก์ชี้ว่าจำเลยบุกรุกนั้น คิดเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 64 ตารางวา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4300/2567

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 จำเลยทั้งสองเป็นคู่ความร่วมใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2563

การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นโดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์จาก 3,000,000 บาท ลงเหลือ 300,000 บาท มิใช่เป็นการแก้ไขประเด็นในอุทธรณ์ ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ การขอแก้ไขเพิ่มเติม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้