Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2127/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากจำเลยยังไม่ได้กระทำการใดที่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่อุทธรณ์ ฟ้องแย้งของจำเลยย่อมต้องตกไปด้วย เพราะไม่มีฟ้องเดิมและตัวโจทก์เดิมที่จำเลยจะฟ้องแย้ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังคงวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทและมีคำพิพากษาบังคับโจทก์ตามฟ้องแย้งของจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องแย้งของจำเลยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), 246 และมาตรา 247 (เดิม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 350,000 บาท แก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้ารบกวนการครอบครองโดยกระทำการใด ๆ อันเป็นการโต้แย้งขัดขวางการครอบครองที่ดินตามแผนผังที่ดินที่ระบายด้วยสีเขียว และห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์รื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินรวมทั้งบริวารของโจทก์ออกจากที่ดินซึ่งรวมถึงที่ดินหัวไร่ปลายนาที่ติดต่อกับที่ดินแปลงจรดตีนภูเขาที่อยู่ติดกับที่ดินของจำเลยและใช้ค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 4 เดือน เป็นเงิน 20,000 บาท รวมเป็นเงินค่าเสียหาย 370,000 บาท และให้โจทก์ชำระค่าขาดประโยชน์เดือนละ 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของจำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมของโจทก์และในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้โจทก์ขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาทตามรูปที่ดินในกรอบเส้นสีดำน้ำเงินในแผนที่พิพาทของจำเลย ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 62,000 บาท แก่จำเลย และให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้ง (วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาทเสร็จสิ้น กับให้โจทก์ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าซึ่งโจทก์เป็นผู้ครอบครองโดยปลูกบ้านและต้นไม้ในที่ดินพิพาทมาหลายปี โจทก์จึงได้รับประโยชน์แห่งข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ขอให้ยกฟ้องแย้ง ข้อเท็จจริงได้ความจากสำนวนว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยนำเจ้าพนักงานรังวัดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 640 หมู่ที่ 10 ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ของจำเลย โดยจำเลยนำชี้ให้ช่างรังวัดเข้ามารังวัดที่ดินพิพาทอันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทโดยปกติสุขของโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยกระทำการใด

ๆ ที่เป็นการโต้แย้งขัดขวางการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์และบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินต่อเนื่องกับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลย โจทก์เข้าครอบครองที่ดินพิพาทโดยเช่าที่ดินพิพาทจากบิดาของจำเลย ขอให้ยกฟ้องและขอให้บังคับโจทก์รื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินกับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท พร้อมใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินพิพาทตลอดมาแล้วจำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดที่ดินพิพาทโดยที่จำเลยยังไม่ได้เข้าไปยึดถือครองครองที่ดินพิพาท

ดังนั้น ข้ออ้างที่ว่าจำเลยแย่งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทจึงยังไม่เกิดขึ้น โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ทั้งการที่จำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินแม้จะรุกล้ำเข้าไปในเขตที่โจทก์ครอบครอง แต่เมื่อถูกโต้แย้งคัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินก็มิได้ดำเนินการรังวัดอีก เพียงแค่จำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินดังกล่าว มิใช่การรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง แล้วพิพากษายกฟ้องของโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลย โจทก์ไม่อุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาบังคับโจทก์ตามฟ้องแย้งของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทยังเป็นของจำเลย โจทก์ต้องขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาทและชำระค่าเสียหายให้แก่จำเลย

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นสิทธิของโจทก์และยกฟ้องแย้ง เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องของโจทก์โดยให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากจำเลยยังไม่ได้กระทำการใดที่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์และพิพากษายกฟ้องของโจทก์ ฟ้องแย้งของจำเลยย่อมต้องตกไปด้วย เพราะการฟ้องแย้งนั้นจะมีได้จะต้องมีฟ้องเดิมและตัวโจทก์เดิมที่จะเป็นจำเลยของฟ้องแย้งอยู่ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังคงวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทและมีคำพิพากษาบังคับโจทก์ตามฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องแย้งของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5), 246 และมาตรา 247 (เดิม) ซึ่งใช้บังคับขณะยื่นฟ้อง เมื่อวินิจฉัยดังกล่าวแล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งอีกต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อโนชา ชีวิตโสภณ · วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · กาญจนา ชัยคงดี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสระบุรี - นายเวทย์ พัฒนาชัยวงษ์คูณ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเกษม วีรวงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.899/2560
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1133/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1464/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4912/2554

การที่โจทก์กับจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันโดยมิได้ฝ่าฝืนอำนาจของเจ้าของทรัพย์ที่เช่าซื้อ แม้โจทก์ที่เป็นฝ่ายผู้ให้เช่าซื้อจะไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ที่เช่าซื้ออันเป็นการแตกต่างกับบทบัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 555700)

หนังสือมอบอำนาจที่มอบอำนาจให้ฟ้องคดีสำนวนแรก ระบุข้อความไว้ว่าโจทก์ โดย อ. หุ้นส่วนผู้จัดการ ขอมอบอำนาจให้ ธ. เป็นผู้มีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องเป็นคดีอาญา คดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4622/2550

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) แต่แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เป็นหลักฐานที่รับฟังได้แต่เพียงว่าขณะแจ้งการครอบครองผู้แจ้งอ้างว่าที่ดินเป็นของผู้แจ้ง ที่ดินตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2551/2549

จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ โดยสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท ข้อ 2 ระบุว่า "ผู้ซื้อสัญญาว่า ถ้าเลิกกิจการเลื่อยไม้ หรือโอนกิจการให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้ซื้อไม่ทำประโยชน์กับที่ดินผืนนี้แล้ว ผู้ซื้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3534/2549

โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกให้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ตามส่วน จำเลยให้การต่อสู้คดีในเรื่องอายุความแต่เพียงว่า โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการจัดการมรดกเกินกว่า 5 ปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้