คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์และสมรู้ในการปล้นทรัพย์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำตัดสินศาลเดิมฉะเพาะ ด.จ.ว่าพะยานหลักฐานโจทก์ไม่พอจะชี้ขาดว่ามีความผิดฐานสมรู้นอกนั้นยืน โจทก์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๒ อ.ฎีกาในข้อที่ศาลลงโทษ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีฉะเพาะตัว อ. เห็นว่ารูปคดีไม่มีทางจะรอดพ้นความผิดไปได้ ที่ศาลลงโทษมานั้นเป็นผลดีแล้ว ส่วน ด.จ.นั้นเมื่อพิจารณาเหตุผลหลายอย่างประกอบกันแล้วฟังลงโทษจำเลยฐานสมรู้ได้ คือ (๑) ด.จ.ไปพาเจ้าทรัพย์มาพักบ้านจำเลย จีนเจ้าทรัพย์ชวนให้กลับก็ไม่กลับปล่อยให้กลับโดยลำพัง (๒) ด.จ.เป็นญาติกับจำเลยบางคนอยู่ในขณะประชุมจะไปปล้นทรัพย์รายนี้ (๓) ด.จ.เป็นผู้นำเรือไปรับพวกจำเลยมาก่อนจะไปปล้นได้พาจำเลยบางคนไปสูบฝิ่น (๔) เวลาประชุมได้ให้ปืนและให้ใช้เรือเป็นพาหนะ ด.จ. ได้รู้เห็นด้วย (๕) เมื่อกลับจากปล้นได้นำเรือไปส่งคืนเจ้าของ (๖) ด.จ. ได้แบ่งทรัพย์ที่ได้มาจากการปล้นด้วย ข้อนี้เป็นแต่คำชัดโดยลำพังแล้วฟังไม่ได้ แต่มีพะยานเหตุผลดังกล่าว แล้วข้างต้นประกอบกับพฤตติการณ์รวมเข้าแล้วย่อมสันนิษฐาให้เชื่อได้ว่า ด.จ. สมรู้อุปการะการกระทำผิด
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาล เดิมแต่แก้กำหนดโทษลงเป็น ๑๒ ปี