Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้ทำเอกสารเซ็นชื่อลงในกระดาษ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเอกสารเพื่อใช้ในกิจการอย่างหนึ่ง เพราะถูกหลอกลวงไม่เป็นการเจตนาทำนิติกรรม ไม่มีผลผูกพันเจ้าของที่เซ็นชื่อประการใด เมื่อเอกสารเหล่านั้นไม่ผูกพัน การโอนไปซึ่งกรรมสิทธิ์แห่งที่พิพาทที่อาศัยเอกสารเหล่านั้นดำเนินไป จึงไม่มีผลผูกพันผู้ลงชื่อในเอกสารเพราะถูกหลอกลวง(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2500)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องมีใจความที่มีปัญหามาถึงชั้นฎีกาว่าจำเลยได้สมคบกันฉ้อโกงเอาที่ดินตามแผนที่ท้ายฟ้องกับเรือนสามห้องของโจทก์ไปโอนกันโดยจำเลยที่ 1 ได้นำเอกสารหลายฉบับมาให้โจทก์เซ็น โจทก์หลงเชื่อได้เซ็นชื่อในเอกสารเหล่านั้นโดยมิได้อ่านข้อความจำเลยที่ 1 นำกระดาษลายเซ็นไปกรอกข้อความว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปไถ่ถอนที่พิพาทที่จำนองไว้กับวัดธรรมบูชา แล้วตรอกข้อความลงในเอกสารอีกฉบับหนึ่งว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 แทนโจทก์ไปทำการยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 2 ได้ไปจัดการโอนที่พิพาทให้จำเลยที่ 3 แล้วจำเลยที่ 3 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 4 เป็นตัวแทนยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานโอนให้จำเลยที่ 1 การกระทำดังกล่าวทำไปด้วยกลอุบายกลฉ้อฉลโจทก์

นิติกรรมจึงเป็นโมฆะ จึงมาฟ้องให้ศาลสั่งเพิกถอนการโอนและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ต่อสู้ว่ามิได้ฉ้อโกงโจทก์ โจทก์มอบฉันทะให้จัดการเอง มิได้เอากระดาษเปล่าให้เซ็นแล้วมากรอกข้อความดังฟ้อง เมื่อโจทก์โอนให้จำเลยที่ 3 แล้วจำเลยที่ 3 ได้โอนขายให้จำเลยที่ 1 ๆ ย่อมได้กรรมสิทธิ์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้หลอกลวงโจทก์ ๆ ไม่มีสิทธิทำลายนิติกรรมหรือให้ศาลแสดงว่าเป็นโมฆะโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเชื่อข้อเท็จจริงว่าจำเลยสมคบกันหลอกลวงโจทก์ให้ลงชื่อในกระดาษแล้วไปกรอกข้อความไปไถ่เอาที่พิพาทมา แล้วโอนกันต่อไปและวินิจฉัยว่าเมื่อฟังว่าจำเลยสมคบกันล่อลวงโจทก์ ๆ หลงเชื่อได้ลงชื่อในรายงานด้วยความหลอกลวงของจำเลยที่ 1 จึงไม่เรียกว่าเป็นนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 112 เมื่อฟังว่าไม่ใช่นิติกรรมข้อความตามเอกสาร ก.ข.ค.ง. และ จ. ก็ไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์แก่โจทก์ประการใด ให้ที่ดินพิพาทกลับมาเป็นของโจทก์โดยปราศจากสิทธิใด ๆ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2540

แม้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับโจทก์จะได้ลงนามในสัญญาซึ่งทำไว้แต่เพียงฉบับเดียว และในสัญญาจะระบุจำนวนเงินที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยต้องชำระแก่โจทก์ไว้เพียงจำนวนเดียว ก็ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าองค์กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3582/2538

การท้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในศาลที่คู่ความตกลงกันให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นที่คู่ความท้ากันเป็นข้อแพ้ชนะมิได้มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลเพื่อจะก่อเปลี่ยนแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2538

โจทก์มิได้มีเจตนาจะโอนขายที่ดินพิพาทให้ ส.แต่ได้ทำพินัยกรรมขายเพียงเพื่อให้ ส. นำไปเป็นหลักทรัพย์ประกันเงินกู้ของธนาคารเท่านั้น นิติกรรมขายระหว่างโจทก์และ ส.จึงเป็นการแสดงเจตนาลวง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1250/2538

การสละมรดกจะต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1612โดยกฎกระทรวงกับพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2538

โจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจโดยยังมิได้กรอกข้อความต่อมาจำเลยที่ 1 กรอกข้อความว่า โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้มีอำนาจในการยื่นคำขอจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 2 ในหนังสือมอบอำนาจโดยโจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้