Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2135/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทรัพย์พิพาทได้ประกาศขายทอดตลาด 6 ครั้ง โดยครั้งแรกและครั้งที่หกเป็นเวลานานห่างกัน 7 เดือน ครั้งสุดท้ายจำเลยคัดค้านว่าเป็นราคาต่ำ เมื่อผู้ที่ให้ราคาสูงสุดตลอดมามีแต่โจทก์ และเป็นเวลาที่ นาน พอที่ผู้ซื้อมีโอกาสเข้าสู้ราคา แต่ไม่มีบุคคลอื่นสนใจสู้ราคา ถึงแม้จะเลื่อนการขายทอดตลาดต่อไปอีก ก็ไม่แน่ว่าจะมีผู้ให้ราคาสูงกว่าโจทก์ ทั้งราคาที่โจทก์ให้สูงสุดไว้ในครั้งสุดท้ายต่ำกว่าราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาไว้ในครั้งแรกไม่มากแม้จะต่ำกว่าราคาประเมินครั้งหลังเกือบเท่าตัว ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นราคาต่ำที่ผิดปกติ เพราะราคาดังกล่าวเพียงแต่กะประมาณไว้เท่านั้นและไม่มีพฤติการณ์ใดที่จะแสดงว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สุจริต เมื่อการขายทอดตลาดทรัพย์สมบูรณ์แล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดครั้งที่หกและขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 23856 ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 69 เศษ 5 ส่วน 10 ตารางวา พร้อมบ้านไม้สัก 3 หลัง ของจำเลยซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ที่ดินและบ้านที่ยึดเจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคา 550,000 บาท เจ้าพนักงานที่ดินประเมินราคา887,150 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินและบ้านตามคำสั่งศาล รวม 6 ครั้ง ครั้งที่หนึ่งถึงครั้งที่สี่งดการขายทอดตลาดเพราะมีผู้ให้ราคาต่ำไป

ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปตรวจสอบสภาพทรัพย์สินและตีราคาใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปตรวจสอบสภาพทรัพย์สินและตีราคาใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดีไปตรวจแล้วตีราคาใหม่เป็นเงิน 996,764 บาท ครั้งที่ห้า งด การขายทอดตลาดเพราะมีผู้ให้ราคาต่ำอีก ครั้งที่หกโจทก์ให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน 520,000 บาท แต่จำเลยคัดค้านว่าราคาที่ผู้ประมูลซื้อสูงสุดต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันจริง และยังต่ำกว่าราคาประเมินถ้าหากมีการขายเกิดขึ้นจะทำให้จำเลยเสียหายมาก เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงรายงานต่อศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว สั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวแก่โจทก์ผู้ให้ราคาสูงสุด

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาในชั้นฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิขอให้ศาลขายทอดตลาดทรัพย์ใหม่ได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทรัพย์พิพาทเจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาไว้ครั้งแรก 550,000 บาทเจ้าพนักงานที่ดินประเมินราคา 887,150 บาท ต่อมาวันที่ 27กุมภาพันธ์ 2530 เจ้าพนักงานบังคับคดี และนักวิชาการที่ดินของสำนักงานที่ดิน จังหวัดเชียงรายได้ตีราคาทรัพย์สินใหม่เป็นเงิน996,764 บาท ทรัพย์รายนี้ได้ประกาศขายมาแล้วรวม 6 ครั้ง ครั้งแรกมีผู้ให้ราคาสูงสุด 460,000 บาท ครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่และที่ห้าโจทก์เป็นผู้ให้ราคาสูงสุด 480,000 บาท ครั้งที่หกโจทก์เป็นผู้ให้ราคาสูงสุด 520,000 บาท ซึ่งจำเลยคัดค้านว่าเป็นราคาต่ำ แต่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทรัพย์แก่โจทก์

เห็นว่า ทรัพย์รายนี้ได้ประกาศขายครั้งแรกเมื่อวันที่23 กันยายน 2529 และเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดได้ในครั้งที่หกเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2530 เป็นเวลานานเกือบ 7 เดือน เป็นเวลาที่นานพอที่ผู้ซื้อมีโอกาสเข้าสู้ราคา แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่าผู้ที่ให้ราคาสูงสุดตลอดมามีแต่โจทก์เท่านั้น แสดงว่าบุคคลอื่นไม่สนใจสู้ราคา แม้จำเลยเองก็ไม่ปรากฏว่าได้ชักชวนผู้ใดให้มาสู้ราคาดังนั้นแม้จะเลื่อนการขายทอดตลาดต่อไปอีกก็ไม่แน่ว่าจะมีผู้ให้ราคาสูงกว่าโจทก์ ทั้งราคาที่โจทก์ให้สูงสุดในครั้งนี้จำนวน520,000 บาท ก็ต่ำกว่าราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาไว้ในครั้งแรกไม่มาก แม้จะต่ำกว่าราคาประเมินครั้งหลังเกือบเท่าตัวก็ถือไม่ได้ว่าเป็นราคาต่ำที่ผิดปกติ

เพราะราคาดังกล่าวเพียงแต่กะประมาณไว้เท่านั้น ทั้งไม่มีพฤติการณ์ใดที่จะแสดงว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สุจริต เมื่อการขายทอดตลาดทรัพย์สมบูรณ์แล้ว โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสองจำเลยไม่มีสิทธิขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดครั้งที่หก และขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2563

ที่ตั้งจริงของทรัพย์อยู่ห่างจากที่ตั้งของทรัพย์ตามประกาศขายทอดตลาดเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร และมีเนื้อที่เพียง 18 ไร่เศษ ทั้งเป็นที่ดินไม่มีทางเข้าออก การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินของจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 31 วรรคท้าย เป็นมาตรการที่กฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อบังคับให้ผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกยึดถือครอบครอง ก่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้