คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่าที่รายพิพาทนี้เป็นที่ลาดชายหาดยื่นออกไปจากฝั่งทะเล ตำบลศรีราชาน้ำทะเลท่วมถึงทุกวัน ปรากฎว่าที่พิพาทนี้อยู่ในเขตต์โฉนดซึ่งเจ้าพนักงานเป็นผู้ออกให้สามีโจทก์เป็นเวลานานมาแล้วจำเลยได้เข้ามาปลูกบ้านเรือนในที่พิพาทนี้และกีดกั้นถนนของโจทก์ ๆ จึงฟ้องข้อเท็จจริงแลเรียกค่าเสียหาย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าที่พิพาทนี้เป็นที่ชายตลิ่งของทะเล แม้ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งบรรพ ๓๔ ตามธรรมเนียมประเพณีของไทยถือว่า เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เจ้าพนักงานจะออกโฉนดบนที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินให้เอกชนไม่ได้ แม้ในสมัยออกโฉนดฉะบับนี้พระเจ้าแผ่นดินทรงมีพระราชหัตถเลขาออกให้เป็นพิเศษอย่างใด เป็นการออกโฉนดซึ่งเจ้าพนักงานกระทำตามหน้าที่กฎหมายอนุญาต โจทก์จะอ้างอำนาจครอบครองขึ้นเถียงมิได้ เพราะเรื่องนี้โจทก์ฟ้องอ้างตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ ศาลจึงมีหน้าที่วินิจฉัยตามฟ้อง คือเรื่องกรรมสิทธิอย่างเดียว ไม่ต้องวินิจฉัยถึงเรื่องครอบครองด้วย และจะว่าจำเลยอาศัยสามีโจทก์อยู่ก็ไม่ได้เพราะที่ที่สามีโจทก์ชวนจำเลยเข้ามาอยู่นั้นมีสภาพปรากฎเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งสามีโจทก์ก็ไม่มีกรรมสิทธิในที่นั้นอยู่แล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง