Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2140/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุคคลจะพึงรับโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123 จะต้องประกอบด้วยองค์ความผิดคือ (1)แสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานและ (2) รับหรือยอมให้เขาสัญญาว่าจะให้ลาภสักการแก่ตัวหรือแก่ผู้อื่นเพื่อที่จะไปวิงวอนว่ากล่าวให้เจ้าพนักงานให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้ใด และจะให้และมิให้เจ้าพนักงานทำการในหน้าที่อย่างใดๆถ้าฟ้องขาดความข้อ (2) ก็เป็นฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ความผิดลงโทษจำเลยไม่ได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2500)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123 ป.วิ.อ. มาตรา 185

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิดชอบกับสารวัตรรองสารวัตรและตำรวจสถานีตำรวจท่าข้าม ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายและชักชวนให้บรรดาเจ้าของเรือลากจูงในคลองมหาชัยเป็นสมาชิกจำเลยจะได้เก็บเงินจากสมาชิกเหล่านี้ร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งหมดของเรือลากจูงนั้น ๆ เพื่อนำไปให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวแล้วจำเลยจะวิงวอนว่ากล่าวให้เจ้าพนักงานตำรวจละเว้นมิให้จับกุมบรรดาสมาชิกเมื่อทำผิดกฎหมาย และเนื่องจากการกระทำผิดของจำเลยดังกล่าว จำเลยได้หมิ่นประมาทใส่ความ ร.ต.อ.วัณ สารวัตรตำรวจสถานีตำรวจท่าข้าม ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมาย โดยกล่าวต่อหน้าคนหลายคนว่าจำเลยเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานดังกล่าว และจะเรียกเก็บเอาเงินจากเจ้าของเรือลากจูงร้อยละ 10 และจะนำไปให้เจ้าพนักงานตำรวจเพื่อให้ละเว้นไม่จับกุมเมื่อเจ้าของเรือลากจูงทำผิดกฎหมาย

ทำให้เจ้าพนักงานดังกล่าวเสียชื่อเสียง และอาจทำให้คนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 116, 123, 282จำเลยรับสารภาพตามฟ้องศาลแขวงธนบุรีเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานและยอมให้เขาสัญญาว่าจะให้ลาภสักการแก่มัน เพื่อมันจะไปวิงวอนว่ากล่าว ให้เจ้าพนักงานทำการตามหน้าที่จึงมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123 ส่วนที่โจทก์หาว่าจำเลยหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 116, 282นั้น จำเลยหาได้เจตนาหมิ่นประมาทไม่ จึงไม่มีความผิด พิพากษาลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123, 59 จำคุก 3 เดือนจำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์เห็นว่ายังไม่มีผู้ใดให้เงินหรือสัญญาจะให้เงินแก่จำเลย

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงฐานพยายามแสดงตนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงาน จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123 ประกอบด้วยมาตรา 60 และลดรับสารภาพลงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 59 แล้วจำคุก 2 เดือนแต่ให้รอการลงโทษไว้ 3 ปีโจทก์ฎีกาในข้อกฎหมายว่าตามฟ้องและคำรับของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่าบุคคลจะพึงรับโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 123 จะต้องประกอบด้วยองค์ความผิด คือ1. แสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงาน และ2. รับหรือยอมให้เขาสัญญาว่าจะให้ลาภสักการแก่ตัวหรือแก่ผู้อื่น เพื่อที่จะไปวิงวอนว่ากล่าวให้เจ้าพนักงานให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้ใด และจะให้และมิให้เจ้าพนักงานทำการในหน้าที่อย่างใด ๆตามฟ้องขาดความข้อ (2) จึงเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องไม่ครบองค์ความผิด ลงโทษจำเลยไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 592/2486

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 123, และ 304 จำเลยให้การปฏิเสธ เช่นนี้ ย่อมต้องหมายถึงว่าจำเลยปฏิเสธคำกล่าวในฟ้องซึ่งแสดงอำนาจฟ้องในเรื่องไม่ได้ร้องทุกข์ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานผลิตกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและความผิดอื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2567

แม้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 170 บัญญัติว่า คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ซึ่งหมายถึงคู่ความไม่อาจอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้มีมูลได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากศาลอุทธร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้