Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 21418)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มอบเงินให้จำเลยที่ 1 ไปร่วมลงทุนกับ อ. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ช. โดยจำเลยที่ 1 สัญญาว่าโจทก์จะได้รับผลประโยชน์ในอัตราร้อยละ 7 ต่อเดือน ต่อมาโจทก์ไปขอรับเงินผลประโยชน์ จำเลยที่ 1 ขอผัดผ่อนและไม่ยอมคืนเงินลงทุนให้โจทก์แต่เมื่อได้ความว่าจำเลยที่ 1 กับบุคคลในครอบครัวของจำเลยที่ 1ก็เป็นผู้ร่วมลงทุนกับบริษัท ช. ด้วย โดยจำเลยที่ 1 ทำหน้าที่เป็นเพียงหัวหน้าสายนำเงินที่มีผู้มาลงทุนไปส่งมอบให้บริษัทช. และรับผลประโยชน์มาแจกจ่ายให้แก่ผู้มาร่วมลงทุนเท่านั้นการกระทำของจำเลยที่ 1 ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาหลอกลวงโจทก์ จึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 กระทงแรกจำคุก 2 ปี กระทงที่สองจำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2พิพากษายกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ 1 ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 4 และ 5 กุมภาพันธ์ 2528 โจทก์ได้นำเงินจำนวน 730,000 บาทมอบให้จำเลยที่ 1 ไปร่วมลงทุนกับนายเอกยุทธ อัญชัญบุตร ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทชาร์เตอร์อินเตอร์เร็คชั่น จำกัด โดยจำเลยที่ 1 สัญญาว่าโจทก์จะได้รับผลประโยชน์ในอัตราร้อยละ 7ต่อเดือน ต่อมาเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2528 โจทก์ไปขอรับเงินผลประโยชน์แต่จำเลยที่ 1 ขอผัดผ่อนและไม่ยอมคืนเงินลงทุนให้โจทก์ ปัญหาวินิจฉัยมีว่า จำเลยที่ 1 จะมีความผิดฐานฉ้อโกงตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เงินที่จำเลยที่ 1 รับไว้จากลูกค้าผู้นำมาลงทุนรวมทั้งโจทก์ด้วย จำเลยที่ 1 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 ได้นำไปส่งมอบให้นายเอกยุทธหรือบริษัทชาร์เตอร์ฯ ตามเอกสารหมาย

ล.3 ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อผู้ที่นำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1 และมีชื่อโจทก์เป็นผู้ร่วมลงทุนด้วยคิดเป็นเงิน 730,000 บาท เมื่อพิเคราะห์เอกสารฉบับนี้ประกอบกับบัญชีรายชื่อผู้ร่วมลงทุนกับบริษัทชาร์เตอร์ฯ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2528 ตามเอกสารหมาย ล.8ซึ่งพนักงานอัยการส่งมาตามหมายเรียกของศาลชั้นต้น ปรากฏว่ามีรายชื่อโจทก์และจำนวนเงินที่นำไปลงทุนตรงกันเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้นำเงินของโจทก์จำนวน 730,000 บาท ไปส่งมอบให้บริษัทชาร์เตอร์ฯจริง จำเลยที่ 1 มิได้เป็นกรรมการหรือมีตำแหน่งหน้าที่ใดในบริษัทดังกล่าว และไม่ปรากฏว่ามีความสัมพันธ์กับนายเอกยุทธอย่างไร โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ได้ร่วมคบคิดหรือรู้เห็นในการฉ้อโกงของบริษัทชาร์เตอร์ฯ และนายเอกยุทธมาก่อนกลับปรากฏจากทางนำสืบของจำเลยที่ 1 ว่า

จำเลยที่ 1 และบุคคลในครอบครัวของจำเลยที่ 1 ก็เป็นผู้เข้าร่วมลงทุนกับบริษัทชาร์เตอร์ฯด้วยตามสัญญาการลงทุนเอกสารหมาย ล.2 ซึ่งตามสัญญาการลงทุนเอกสารหมาย ล.2 นี้ บางฉบับมีลายมือชื่อของนายเอกยุทธลงชื่อเป็นผู้รับเงินแทนบริษัทชาร์เตอร์ฯ และเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของพนักงานอัยการ จึงน่าเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง มิใช่จำเลยที่ 1 ทำขึ้นเองในภายหลัง ประกอบกับตามบัญชีรายชื่อผู้ร่วมลงทุนเอกสารหมาย ล.3, ล.8 ก็มีชื่อนาวาอากาศเอกผดุง พุ่มวงศ์สำเนียง สามีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ร่วมลงทุนในอันดับที่ 125 ดังนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ร่วมลงทุนกับบริษัทชาร์เตอร์ฯ ด้วยผู้หนึ่ง โดยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสายนำเงินที่มีผู้มาลงทุนไปส่งมอบให้บริษัทชาร์เตอร์ฯ และรับผลประโยชน์มาแจกจ่ายให้แก่ผู้มาร่วมลงทุน การกระทำของจำเลยที่ 1ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาหลอกลวงโจทก์ จึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศักดิ์ สนองชาติ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2567

การกระทำความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาผู้กระทำจะต้องมีการนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี การที่จำเลยที่ 2 ในฐานะทนายความโจทก์ ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2567

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันฉ้อโกงโจทก์โดยการหลอกลวงแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้โจทก์โอนเงิน 1,000,000 บาทให้จำเลยที่ 1 โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 อั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2567

เดิมโจทก์ใช้ชื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นชื่อคู่ความ ต่อมาแก้ฟ้องใช้ชื่อ ส. กับพวก ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทนกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นคู่ความแทน เมื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไม่เป็นบุคคลตาม ป.พ.พ. จึงไม่สามา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้