Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้อง ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นจำเลยที่ 1และ ม. อธิบดีกรมตำรวจเป็นจำเลยที่ 2 ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ให้ถอนสัญชาติไทย ของโจทก์เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอนเสียศาลชั้นต้นรับฟ้องเฉพาะเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ไม่รับฟ้องที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 คำสั่งศาลชั้นต้นถึงที่สุดดังนี้ คำสั่งถอนสัญชาติของโจทก์เป็นคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่คดีคงมีจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจเป็นจำเลยแต่ผู้เดียวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมิได้เป็นคู่ความด้วยไม่มีโอกาสโต้แย้งข้อกล่าวหาของโจทก์ ศาลจึงจะพิพากษาว่าคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมิชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอนเสียตามคำขอของโจทก์หาได้ไม่ แม้จะสืบพยานต่อไปและข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการถอนสัญชาติด้วย และเป็นผู้เสนอต่อคณะกรรมการถอนสัญชาติว่าควรถอนสัญชาติไทยของโจทก์โดยมิได้สืบสวนข้อเท็จจริงก่อน ก็หาเป็นเหตุให้ศาลอาจพิพากษาบังคับตามคำขอของโจทก์ได้ไม่ คดีจึงไม่ต้องสืบพยานต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.วิ.พ. มาตรา 104 ป.วิ.พ. มาตรา 145 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 มาตรา 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เกิดในประเทศไทยจึงเป็นบุคคลสัญชาติไทยขณะโจทก์เป็นผู้เยาว์ได้ติดตามบิดามารดาซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติอินเดียไปอยู่ประเทศอินเดีย โจทก์เดินทางเข้าประเทศไทยหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายได้ยื่นคำขอพิสูจน์สัญชาติ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการถอนสัญชาติซึ่งมีจำเลยที่ 2 รวมอยู่ด้วยได้มีคำสั่งให้ถอนสัญชาติไทยของโจทก์ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยที่สั่งถอนสัญชาติไทยของโจทก์เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเสีย หากไม่ยอมก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้รับฟ้องโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 นั้น

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ปรากฏว่าขณะยื่นฟ้องได้พ้นจากตำแหน่งแล้วจึงไม่รับฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไปอยู่ประเทศอินเดียตั้งแต่ 5 ขวบ เป็นเวลานานจึงเดินทางเข้ามาประเทศไทยในฐานะนักทัศนาจร ถือหนังสือเดินทางของประเทศอินเดีย ต่อมาได้ยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติไทย คณะกรรมการถอนสัญชาติได้พิจารณาแล้วมีมติให้ถอนสัญชาติไทยของโจทก์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งเพิกถอนสัญชาติของโจทก์ เป็นการใช้อำนาจโดยสุจริต จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มีคำสั่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2ในวันชี้สองสถานศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องมีการสืบพยานและวินิจฉัยว่าศาลรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 คำสั่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ แม้ศาลจะพิจารณาคดีของโจทก์ต่อไปก็ไม่อาจบังคับให้จำเลยที่ 2 กระทำตามที่โจทก์ขอได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้อง ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นจำเลยที่ 1 และ ม. อธิบดีกรมตำรวจเป็นจำเลยที่ 2 ขอให้ศาลพิพากษาว่า คำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ให้ถอนสัญชาติไทยของโจทก์ เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอนเสีย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฟ้องเฉพาะเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 คำสั่งถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่คดีคงมีจำเลยที่ 2 เป็นจำเลยแต่ผู้เดียว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงมหาดไทยมิได้เป็นคู่ความด้วย ไม่มีโอกาสโต้แย้งข้อกล่าวหาของโจทก์ ศาลจึงจะพิพากษาว่า คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมิชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอนเสียตามคำขอของโจทก์หาได้ไม่ แม้จะสืบพยานต่อไปและข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์อ้างในฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการถอนสัญชาติด้วย และเป็นผู้เสนอต่อคณะกรรมการถอนสัญชาติว่าควรถอนสัญชาติไทยของโจทก์โดยมิได้สืบสวนข้อเท็จจริงก่อน ก็หาเป็นเหตุให้ศาลอาจพิพากษาบังคับตามคำขอของโจทก์ได้ไม่ คดีจึงไม่ต้องสืบพยานต่อไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2430/2538

ในคดีที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาด ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์กับ จ.เป็นหนี้สมยอมกัน ทำขึ้นโดยมิได้เป็นหนี้กันจริง เพื่อช่วยเหลือมิให้โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3042/2566

โจทก์เบิกความว่า โจทก์เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโครงการ ฟ. โดยโจทก์เป็นผู้พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่จำเลยด้วยการให้จำเลยผ่อนชำระค่าศัลยกรรมซึ่งโจทก์ทำสัญญาแบ่งผลประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจการส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6653/2561

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นการใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน และประกาศคำร้องขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13287/2558

ผู้ร้องได้รับโอนที่ดินสามยทรัพย์มาจากโจทก์ที่ 1 ภาระจำยอมที่มีอยู่ในที่ดินพิพาทของจำเลยย่อมติดไปกับสามยทรัพย์ที่โอนด้วย ผู้ร้องจึงมีสิทธิใช้ประโยชน์ในทางภาระจำยอมได้ ดังนั้น ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าได้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้