Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2147/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมิได้มีเจตนาจะนำแร่มาขายให้ผู้เสียหาย ได้หลอกลวงผู้เสียหายว่าจะขายแร่พลวงให้ และขอรับราคาค่าแร่ทั้งหมดกับขอรับกระสอบไปใส่แร่ด้วย โดยมีเจตนาทุจริตมาแต่แรกผลจากการหลอกลวงดังกล่าว ทำให้จำเลยได้รับเงินค่าแร่และกระสอบ 30 ใบ ไปจากผู้เสียหายในคราวเดียวกัน ดังนี้ แม้เงินค่าแร่จะเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุประสงค์อันสำคัญที่จำเลยมุ่งหมายหลอกลวงไปจากผู้เสียหาย ส่วนกระสอบนั้นจำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งให้เพื่อให้สมกับอุบายของจำเลยที่อ้างว่ามีแร่ที่จะขายให้เท่านั้นก็ตาม แต่การที่จำเลยได้กระสอบไปด้วยนี้ ก็ได้ไปจากการหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจะใส่แร่พลวงมาส่งให้ โดยจำเลยมิได้ตั้งใจจะนำกระสอบไปใส่แร่พลวงมาส่งให้แก่ผู้เสียหายเลย แสดงว่าจำเลยมีเจตนามาแต่แรกแล้วว่าจะหลอกลวงเอากระสอบ 30 ใบนี้จากผู้เสียหายด้วยเหมือนกัน จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงกระสอบด้วยส่วนการที่ผู้เสียหายเข้าใจว่าให้กระสอบแก่จำเลยไปในลักษณะเป็นการยืมใช้คงรูปนั้น ก็เป็นความเข้าใจผิดของผู้เสียหายซึ่งถูกจำเลยหลอกลวงเพียงฝ่ายเดียว จำเลยหาได้ตั้งใจปฏิบัติตามที่ผู้เสียหายหลงเข้าใจอยู่ไม่ และการที่จำเลยได้กระสอบไปจากผู้เสียหายเช่นนี้ เป็นการครอบครองอันได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหาย จึงมิใช่การครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นอันจะเป็นความผิดฐานยักยอก (อ้างฎีกาที่ 345/2516)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน คือ จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยจะขายแร่พลวงให้ผู้เสียหาย 30 กระสอบ เป็นเงิน 18,000 บาท และขอรับเงินไปก่อน โดยจำเลยจะนำเอกสารหลักฐานของบ้านและที่ดินมามอบให้ผู้เสียหายเพื่อประกันการชำระหนี้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นเหตุให้จำเลยได้นำเงินไปจากผู้เสียหาย 18,000 บาท และในวันเดียวกันนั้น ผู้เสียหายมอบกระสอบ 30 ใบราคา 240 บาท ให้จำเลยนำไปบรรจุแร่พลวงที่จะขายต่อมาจำเลยได้เบียดบังยักยอกกระสอบดังกล่าวเป็นของตนเองหรือผู้อื่น ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 18,240 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยไม่มีแร่มาขายให้แล้วมาหลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อมอบเงินให้ไปก่อน ไม่พอลงโทษจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกง กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง และฟังว่าจำเลยรับกระสอบไปจากผู้เสียหายแล้วไม่คืนให้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานยักยอกให้จำคุกจำเลย 1 เดือน ปรากฏว่ากระสอบราคาใบละ 7 บาท จึงให้จำเลยคืนหรือใช้ราคากระสอบ 210 บาทแก่ผู้เสียหาย ขอหานอกจากนี้ให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงด้วย

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมิได้มีเจตนาจะนำแร่มาขายและนำหลักฐานที่ดินบ้านเรือนมาเป็นประกันให้กับผู้เสียหายตามที่ตกลงไว้เลย ฉะนั้นจำเลยจะมีแร่ มีที่ดินหรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อสำคัญเพราะจำเลยมีเจตนาทุจริตมาแต่แรกแล้ว การตกลงระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยไม่เป็นการตกลงกันในทางแพ่ง แต่เป็นการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ส่วนการที่ผู้เสียหายมอบกระสอบ 30 ใบให้แก่จำเลยไปนั้น เป็นผลมาจากการหลอกลวงของจำเลย ทำให้จำเลยได้ทั้งเงินและกระสอบในคราวเดียวกัน จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอกอีกกรรมหนึ่งดังฟ้อง พิพากษากลับ (ควรจะเป็นพิพากษาแก้) คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำคุกจำเลย 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 18,000 บาทแก่ผู้เสียหาย ให้ยกข้อหาฐานยักยอก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก และคืนหรือใช้ราคากระสอบ 240 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะนำแร่มาขายให้ผู้เสียหาย ได้หลอกลวงผู้เสียหายว่าจะขายแร่พลวงให้ และขอรับราคาค่าแร่ทั้งหมด กับขอรับกระสอบไปใส่แร่ด้วย โดยมีเจตนาทุจริตมาแต่แรก ผลจากการหลอกลวงดังกล่าว ทำให้จำเลยได้รับเงินค่าแร่และกระสอบ 30 ใบไปจากผู้เสียหายในคราวเดียวกัน ดังนี้ จะเห็นได้ว่าแม้เงิน 18,000 บาท จะเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุประสงค์อันสำคัญที่จำเลยมุ่งหมายหลอกลวงไปจากผู้เสียหายส่วนกระสอบนั้นจำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งให้เพื่อสมกับอุบายของจำเลยที่อ้างว่ามีแร่ที่จะขายให้เท่านั้นก็ตาม แต่การที่จำเลยได้กระสอบไปด้วยนี้ก็ได้ไปจากการหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจะใส่แร่พลวงมาส่งให้ ซึ่งตามพฤติการณ์แห่งคดี

แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าจำเลยมิได้ตั้งใจจะนำกระสอบไปใส่แร่พลวงมาส่งให้แก่ผู้เสียหายเลย แปลว่าจำเลยมีเจตนามาแต่แรกแล้วว่าจะหลอกลวงเอากระสอบ 30 ใบนี้ไปจากผู้เสียหาย โดยทุจริตเหมือนกัน จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงด้วย ข้อที่โจทก์ฎีกาโต้เถียงว่า การที่จำเลยได้กระสอบไปจากผู้เสียหายเป็นการยืมใช้คงรูปนั้น เป็นความเข้าใจผิดของผู้เสียหายซึ่งถูกจำเลยหลอกลวงเพียงฝ่ายเดียว จำเลยหาได้ตั้งใจจะปฏิบัติตามที่ผู้เสียหายหลงเข้าใจอยู่ไม่ยิ่งกว่านั้น การครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นอันจะเป็นความผิดฐานยักยอกนั้น จะต้องไม่ใช่การครอบครองอันได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหายดังข้อเท็จจริงที่ได้ความในคดีนี้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 345/2516 ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคากระสอบด้วยนั้น ยังคลาดเคลื่อนอยู่

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคากระสอบ 210 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้อง เสนอขายสินค้าซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาขายสินค้าดังกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2566

เช็คตามฟ้องข้อ 2.4, 2.5, 2.7 ถึงข้อ 2.13 โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเกินกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 ส่วนเช็คตามฟ้องข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้