เนื้อความคำพิพากษา
คดีได้ความตามฟ้องโจทก์และคำรับสารภาพของจำเลยว่าจำเลยบังอาจร่วมสมคบกันใช้เครื่องยนต์ฉุดระหัด 1 เครื่องทำการวิดน้ำในลำคลองโบสถ์โพธิ์ อันเป็นที่สาธารณประโยชน์ เพื่อทำการประมงจับสัตว์น้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมเครื่องยนต์ 1 เครื่อง ระหัด 1 เครื่องอันเป็นเครื่องมือที่จำเลยใช้กระทำผิดศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 18, 62, 69 พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 มาตรา 4, 7, 11 ลดแล้วปรับ 250 บาทของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ขอลดโทษ และขอไม่ให้ริบเครื่องยนต์ฉุดระหัดของกลางศาลอุทธรณ์แก้เป็นไม่ริบเครื่องยนต์และระหัดของกลาง นอกนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ริบเครื่องยนต์และระหัดของกลางด้วย
อ้างว่าจำเลยกระทำผิดร้ายแรงถึงขนาด ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องของกลางในการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการประมงในกรณีเช่นนี้ ตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2496 มาตรา 10 กำหนดว่าสิ่งของที่ใช้หรือได้มาโดยการกระทำผิด ศาลจะริบเสียก็ได้ ซึ่งเป็นการให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจเรื่องของกลางว่าควรริบหรือไม่ตามควรแก่กรณี ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ริบเครื่องยนต์และระหัด จึงเป็นการใช้ดุลพินิจตามอำนาจที่ให้ไว้โดยกฎหมาย และเป็นการแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อยโจทก์จึงฎีกาไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ที่ศาลชั้นต้นรับเป็นฎีกาขึ้นมาหาถูกต้องไม่
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฎีกาโจทก์