คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 60,011 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน47,300 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า
โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสามี ก่อนฟ้องคดีโจทก์ไม่เคยทวงถามให้จำเลยชำระหนี้จำเลยไม่ได้กู้และรับเงินจากโจทก์ สัญญากู้เงินเอกสารท้ายฟ้องเป็นเอกสารปลอม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 47,300 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 15 เมษายน2527 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน12,711 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 90 วรรคแรก มิได้บังคับว่า สำเนาเอกสารที่ส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะต้องเป็นเอกสารที่ถ่ายจากต้นฉบับ ดังนั้นสำเนาเอกสารที่ทนายโจทก์พิมพ์ข้อความลงในแบบพิมพ์สัญญากู้ซึ่งเป็นแบบพิมพ์อย่างเดียวกับต้นฉบับสัญญากู้ และมีข้อความเช่นเดียวกับสัญญากู้เงิน
เอกสารหมาย จ.1 โดยทนายโจทก์ลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องก็ถือเป็นสำเนาเอกสารตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว เมื่อโจทก์ได้แนบสำเนาเอกสารดังกล่าวมาท้ายฟ้องและส่งให้จำเลยพร้อมกับสำเนาคำฟ้องแล้วสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้พิพากษายืน.