Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านจากจำเลย ได้วางเงินมัดจำไว้จำนวนหนึ่ง ต่อมาโจทก์มาขอเงินมัดจำคืน จำเลยตกลงยินยอมคืนให้ ย่อมถือได้ว่าคู่สัญญาตกลงเลิกสัญญาจะซื้อขายกันแล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะอ้างว่าอีกฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาเพื่อเรียกร้องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอีกไม่ได้ คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่แต่เดิมโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2521 โจทก์ตกลงจะซื้อที่ดินพร้อมบ้านชั้นเดียว 1 หลังของจำเลยที่ 1 ในราคา 410,000 บาท โดยชำระเงินมัดจำไว้ 100,000 บาท กำหนดแล้วเสร็จภายใน 60 วัน หากไม่แล้วเสร็จจำเลยที่ 1 ยอมให้ปรับเดือนละ 4,000 บาท จนกว่าจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้ โจทก์ได้รับอนุญาตจากจำเลยให้ทำการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมภายในบ้าน โจทก์จ่ายค่าวัสดุและค่าแรงเป็นเงิน 60,000 บาท ต่อมาจำเลยสร้างบ้านไม่แล้วเสร็จตามกำหนด โจทก์เตือนเร่งให้ก่อสร้างและโอนกรรมสิทธิ์แก่โจทก์ จำเลยบ่ายเบี่ยงตลอดมา โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยให้โอนที่ดินให้โจทก์ในกำหนดจำเลยเพิกเฉย

ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวแก่โจทก์และริบเงินค่าที่ดินที่ค้างหลังจากหักค่าปรับแล้วเป็นเงิน 168,666.67 บาท หากจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านดังกล่าวได้ ให้จำเลยทั้งสองคืนมัดจำแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยรวม 137,333.30 บาท กับค่าเสียหายที่ขาดกำไรอีก 330,000 บาทจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จตามสัญญามอบให้โจทก์ไปแล้ว แต่โจทก์ไม่พร้อมที่จะชำระราคาที่เหลือแก่จำเลย ได้มีการนัดโอนกันแล้วโจทก์ผิดนัดไม่ไปรับเงินและรับโอนตามกำหนด โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์เคยขอเงินมัดจำคืน จำเลยที่ 1 ไม่ขัดข้อง เคยแจ้งให้โจทก์ไปรับเงินคืน แต่โจทก์ไม่ไปรับคืนโจทก์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมภายในบ้าน โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำ ยอดเงินกำไรโจทก์คาดคะเนเอาเอง จำเลยที่ 2 มิได้ทำในฐานะส่วนตัวไม่ต้องรับผิดศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่นำพาที่จะไปรับโอนบ้าน เพราะไม่ประสงค์จะซื้อพิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยสร้างบ้านไม่แล้วเสร็จตามสัญญาแล้วโจทก์มิได้สนใจที่จะมาติดต่อเพื่อรับมอบบ้านพิพาทนี้อีก วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2524 และวันที่5 มีนาคม 2524 โจทก์ทำหนังสือถึงจำเลยขอเงินมัดจำคืน ฝ่ายจำเลยตกลงยินยอมคืนให้แต่ยังมิได้จ่ายเงินกัน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์ทำหนังสือถึงจำเลยขอรับเงินมัดจำคืนและทางจำเลยตกลงจะคืนให้นั้น ซึ่งตามพฤติการณ์ดังนี้ถือได้ว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญา ได้ตกลงเลิกสัญญาจะซื้อขายกันแล้ว เป็นผลให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะกลับมาอ้างว่าอีกฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาเพื่อเรียกร้องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอีกไม่ได้พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินมัดจำแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยและชดใช้เงินที่โจทก์ได้แก้ไขต่อเติมบ้านพิพาทจำนวน 60,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2276/2568

การที่โจทก์พักชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 งวดเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ถึงงวดเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นเวลา 6 เดือน แต่โจทก์ยังคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.09 ต่อปี ในระหว่างการพักชำระหนี้เป็นเงินรวม 14,422.22 บาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2567

การกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษที่ศาลจะสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้ได้นั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อศาลได้กำหนดให้มีการชดใช้ค่าเสียหายที่แท้จริงเสียก่อนเพื่อนำมาเป็นฐานในการคำนวณค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ แต่คดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 315/2567

เมื่อสัญญาก่อสร้างระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นอันเลิกกันโดยปริยายดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยคู่ความไม่ได้โต้แย้งคัดค้านแล้วนั้น ผลของการเลิกสัญญาดังกล่าวต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง คือให้คู่สั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 146/2567

การที่จำเลยเห็นชอบกับข้อเสนอของบริษัท อ. ที่อ้างว่าผลงานของโจทก์มีความล่าช้ากว่าแผนงานหลักเกินกว่า 3 เดือน ไม่มีความเชื่อมั่นว่าโจทก์จะสามารถทำงานได้เสร็จทันตามสัญญา โดยบริษัท ป. แจ้งยกเลิกสัญญากับโจท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้