Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การที่คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยมิชอบด้วยประมวลกฎหมายที่ดินฯ มาตรา 86 จะทำให้คนต่างด้าวนั้นถือสิทธิหรือใช้สิทธิในที่ดินที่ได้มาอย่างเจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้และต้องจำหน่ายที่ดินนั้นไปตามมาตรา 94 แต่ก็มิใช่ว่าการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวจะไม่มีผลเสียเลย เนื่องจากคนต่างด้าวยังคงมีสิทธิได้รับผลตามมาตรา 94 ทั้งยังมีสิทธิได้รับชำระราคาที่ดินซึ่งได้จากการจำหน่ายตามมาตรา 54 ดังนั้น แม้โจทก์เป็นคนต่างด้าวโจทก์ก็มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 แบ่งทรัพย์สินที่ดินและบ้านซึ่งโจทก์กับจำเลยที่ 1 ร่วมกันซื้อมาได้ กรณีถือว่าคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากจำเลยที่ 1 โจทก์มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่โอนขายที่ดินและบ้านดังกล่าวไปเสีย จึงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 350 ป.ที่ดิน มาตรา 86

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า

โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ขอแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 18859 พร้อมบ้านโดยให้นำออกขายทอดตลาดแบ่งเงินให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้โอนขายทรัพย์ดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยมีเจตนาไม่ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 จำคุก 1 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก

คงมีฎีกาในข้อกฎหมายของจำเลยที่ 1 มาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาเพียงข้อเดียวว่าโจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1เพราะโจทก์เป็นคนต่างด้าวและโจทก์ไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 86 เกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่ดิน โจทก์จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทและไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 ซึ่งในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังได้เป็นยุติว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 อยู่กินเป็นสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 188539 (ที่ถูกเลขที่ 18859)ตำบลหนองจ๊อม

อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมบ้านเลขที่333/125 จากห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงใหม่แฮปปี้โฮมดิเวลล้อปเม้นท์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกับจำเลยที่ 1 แต่โจทก์มิใช่คนสัญชาติไทย จึงให้ผู้ขายโอนให้ในชื่อของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรืออย่างน้อยก็มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1ต่อมาจำเลยที่ 1 ขับไล่โจทก์ออกจากบ้านและที่ดินดังกล่าวดังนั้นในวันที่ 16 ตุลาคม 2532 โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาดบ้านและที่ดินนั้น นำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง ครั้นวันที่ 27 พฤศจิกายน 2532 ภายหลังจากโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 เพียงเดือนเศษ จำเลยที่ 1 ได้โอนขายบ้านและที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เห็นว่า

แม้ว่าการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวจะต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 86 ก็ตาม แต่ก็ยังมีบทบัญญัติต่อมาในมาตรา 94 ว่า บรรดาที่ดินที่คนต่างด้าวได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาตให้คนต่างด้าวนั้นจัดการจำหน่ายภายในเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนดมิฉะนั้นให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น และให้นำบทบัญญัติเรื่องการบังคับจำหน่ายที่ดินตามความในหมวด 3 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และตามมาตรา 54 แห่งหมวด 3 ก็ได้บัญญัติว่าเมื่อมีการจำหน่ายที่ดินแล้ว ให้อธิบดีกรมที่ดินชำระราคาที่ดินให้แก่ผู้มีสิทธิในที่ดิน จากบทบัญญัติของกฎหมายเช่นนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า แม้การที่คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยมิชอบด้วยมาตรา 86จะทำให้คนต่างด้าวนั้น

ถือสิทธิหรือใช้สิทธิในที่ดินที่ได้มาอย่างเจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้ และต้องจำหน่ายที่ดินนั้นไปตามมาตรา 94ก็ตาม แต่ก็มิใช่ว่าการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวดังกล่าวจะไม่มีผลใด ๆ เสียเลย เพราะคนต่างด้าวยังมีสิทธิได้รับผลตามมาตรา 94 และมีสิทธิได้รับชำระราคาที่ดินที่ได้จากการจำหน่ายตามมาตรา 54 อยู่ ดังนั้น แม้โจทก์จะเป็นคนต่างด้าว โจทก์ก็มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 แบ่งทรัพย์สินที่ดินและบ้านที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ร่วมกันซื้อมาได้ และในคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องแบ่งทรัพย์จากจำเลยที่ 1 ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1เพราะคำว่า "หนี้" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 มิได้หมายถึงเฉพาะหนี้เงินเท่านั้น หากแต่ยังมีความหมายรวมถึงหนี้อื่น ๆด้วย การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7430/2568

จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์พิพาท ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2567

เดิมโจทก์ใช้ชื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นชื่อคู่ความ ต่อมาแก้ฟ้องใช้ชื่อ ส. กับพวก ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทนกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นคู่ความแทน เมื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไม่เป็นบุคคลตาม ป.พ.พ. จึงไม่สามา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4675/2565

อุทธรณ์ข้อหนึ่งของโจทก์ร่วมโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า โจทก์ร่วมยังเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามข้อตกลงระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลย เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3857/2565

โจทก์ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยที่ 2 เป็นผู้ซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์พิพาท โดยให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อถือกรรมสิทธิ์แทน แม้โจทก์เป็นคนต่างด้าว แต่ ป.ที่ดิน มิได้ห้ามคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยเด็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2563

หนี้ของโจทก์เกิดขึ้นก่อนที่จำเลยจะถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โจทก์จึงต้องยื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้