Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2163/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยให้การต่อสู้ คดีว่า จำเลยกู้เงินโจทก์เพียง 8,000บาท มิใช่ 80,000 บาท ตาม ที่โจทก์ฟ้อง เพราะโจทก์ปลอมแปลงเอกสารสัญญากู้โดย กรอก ข้อความและจำนวนเงินจากที่กู้ไป 8,000 บาท เป็น80,000 บาท โดย จำเลยมิได้ยินยอม เช่นนี้ แม้สัญญากู้จะ ระบุ ว่าได้ รับเงินครบถ้วนแล้ว จำเลยก็มีสิทธินำสืบพยานบุคคลตาม ข้อต่อสู้ของจำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคท้าย เพราะเป็น การ นำสืบประกอบข้ออ้างว่าพยานเอกสารที่แสดงนั้นเป็นเอกสารปลอม หรือไม่ถูกต้อง ทั้งหมดหรือแต่ บางส่วน หรือสัญญาหรือหนี้อย่างอื่น ที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไป 80,000 บาท ตกลงให้ดอกเบี้ยวันละ 1.25 บาท ต่อเดือน จำเลยไม่เคยชำระตัวเงิน และดอกเบี้ยโจทก์ทวงถามหลายครั้งจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 98,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน ในต้นเงิน 80,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินโจทก์เพียง 8,000 บาท โดยลงลายมือชื่อไว้ในสัญญากู้ซึ่งไม่ได้กรอกข้อความและจำนวนเงินโจทก์ได้ปลอมแปลงสัญญากู้โดยกรอกข้อความและจำนวนเงินจากที่กู้8,000 บาท เป็น 80,000 บาท โดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอมด้วยประกอบกับจำเลยมีฐานะไม่ดี ไม่อยู่ในฐานะที่โจทก์จะเชื่อถือให้กู้เงินจำนวน 80,000 บาท

ได้โดยไม่มีหลักประกัน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ระบุว่าได้รับเงินครบถ้วนแล้ว จำเลยนำสืบพยานเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารดังกล่าวไม่ได้นั้น เห็นว่าจำเลยให้การต่อสู้คดีว่าจำเลยกู้เงินโจทก์เพียง 8,000 บาท และลงบายมือชื่อไว้ในสัญญากู้โดยไม่ได้กรอกข้อความ และจำนวนเงินมิใช่ 80,000 บาท ตามที่โจทก์ฟ้อง การที่สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องมีจำนวนเงิน 80,000 บาท เป็นเพราะโจทก์ได้ปลอมแปลงเอกสารสัญญากู้โดยกรอกข้อความและจำนวนเงินจากที่กู้ไป 8,000 บาท เป็น 80,000 บาทโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอม เช่นนี้

จำเลยมีสิทธินำสืบพยานบุคคลตามข้อต่อสู้ของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคท้าย เพราะนำสืบประกอบข้ออ้างว่าพยานเอกสารที่แสดงนั้นเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือสัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์กรณีหาใช่เป็นการนำสืบเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญากู้ดังโจทก์ฎีกาไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2541

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้รวม 3 ฉบับ จำนวนเงินฉบับละ 50,000 บาท40,000 บาท และ 110,000 บาท ตามลำดับ รวมแล้วเป็นเงินต้น200,000 บาท จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 กู้เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5590/2540

หนังสือสัญญากู้เงินพิพาททั้งสองฉบับเป็นเอกสารที่แท้จริง และจำเลยได้ชำระหนี้รายพิพาทแก่โจทก์แล้วเป็นเงิน 323,500 บาท โดยใช้วิธีส่งเงินทางไปรษณีย์ธนาณัติไปให้โจทก์และโจทก์ได้รับแล้ว ถือว่าได้ว่าโจทก์ยอม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5416/2540

จำเลยที่ 2 และที่ 5 ให้การข้อ 2 ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ ไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ และไม่เคยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยคนใดที่มีภาระจำต้องชำระหนี้แก่โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2538

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ตามสัญญากู้เอกสารท้ายฟ้องจำนวน 20,200 บาท จำเลยให้การต่อสู้เรื่องสัญญากู้เป็นเอกสารปลอมเป็นประเด็นสำคัญ โดยอ้างเหตุว่าที่เป็นเอกสารปลอมเนื่องจากโจทก์ได้แก้ไขจำนวนเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3286/2527

จำเลยให้การว่าลายเซ็นในสัญญากู้ไม่ใช่ของจำเลยสัญญากู้เป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของสัญญากู้และอ้างว่าหนี้นั้นไม่สมบูรณ์ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้