Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2167/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บันทึกคำร้องทุกข์ของผู้เสียหายมีข้อความว่า จำเลยเข้ากอดปล้ำถอดเสื้อผ้าและพยายามข่มขืนกระทำชำเรา กับได้ทำร้ายผู้เสียหายแต่พนักงานสอบสวนบันทึกระบุข้อหาไว้ว่า ให้ดำเนินคดีในข้อหากระทำอนาจารเท่านั้น ไม่ระบุข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราด้วยการไม่ระบุพฤติการณ์ของจำเลยในการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนผู้เสียหายในเวลาต่อมา ผู้เสียหายก็ได้ระบุพฤติการณ์ของจำเลยที่ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายไว้ด้วยอย่างชัดแจ้ง ถือได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 276, 278จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 276 ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ประกอบด้วย มาตรา 80 ให้จำคุกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง แต่คำร้องทุกข์ของผู้เสียหายตามเอกสารหมาย จ.6 มีข้อความว่าขอร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุเกินกว่าสิบสามปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย และแจ้งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะที่กอดปล้ำกันอยู่นั้นได้มีคนเดินทางมาที่ห้องที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายจึงหลบหนีออกมาได้และแจ้งให้เจ้าพนักงานจับกุมจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรา

พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ให้จำคุก ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราด้วยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่าการที่ผู้เสียหายให้การเรื่องจำเลยพยายามข่มขืนกระทำชำเราไว้ในชั้นสอบสวน และให้ดำเนินคดีแก่จำเลยนั้น ถือว่าเป็นการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราด้วย เพียงแต่บันทึกคำร้องทุกข์ตามเอกสารหมาย จ.6มีข้อความขาดตกบกพร่องไป ไม่ถึงกับถือว่าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาดังกล่าว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว บันทึกการร้องทุกข์มอบคดีตามเอกสารหมาย จ.6 อันถือเป็นคำร้องทุกข์ของผู้เสียหายมีข้อความว่า "ฯลฯ ขอร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่นายก๋องคำ สุวรรณ ในข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบสามปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย พฤติการณ์ความผิดที่เกิดขึ้นกล่าวคือ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2526 เวลาประมาณ 22.30 นาฬิกานายก๋องคำ สุวรรณ ได้ดึงตัวนางสาววัลยาฯ ผู้เสียหายเข้าไปในห้องพักเลขที่ 2505/441 ชั้น 6 แฟลต 8 ชั้น อาคาร 2 และได้เข้ากอดปล้ำถอดเสื้อผ้าและพยายามข่มขืนและได้ทำร้ายชกต่อยบริเวณคาง ฯลฯ" และผู้เสียหายได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.2 มีข้อความตอนหนึ่งว่า "นายก๋องคำได้ปิดประตูห้องดังกล่าวและกอดปล้ำข้าฯ ในห้อง ซึ่งขณะนั้นไม่มีผู้ใดอยู่ในห้องแต่อย่างไรนายก๋องคำได้กอดปล้ำข้าฯ และพยายามถอดเสื้อผ้าของข้าฯ

ออก ข้าฯก็ได้ดิ้นและต่อสู้ไม่ยอมให้นายก๋องคำกอดปล้ำข้าฯ แต่อย่างไร และนายก๋องคำได้ใช้มือข้างขวาชกข้าฯ ที่บริเวณปลายคางด้านซ้าย และได้ถอดเสื้อผ้าของข้าฯ ออกมา และได้ใช้อวัยวะเพศของนายก๋องคำมาทิ่มแทงบริเวณอวัยวะเพศของข้าฯ ขณะนั้นข้าฯ ได้ดิ้นและต่อสู้ตลอดเวลา ไม่ทราบว่าอวัยวะเพศของนายก๋องคำนี้ได้เข้าไปในอวัยวะเพศของข้าฯ หรือไม่อย่างไร" เห็นว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้วว่าจำเลยได้พยายามข่มขืนกระทำชำเรา เพียงแต่พนักงานสอบสวนระบุข้อหาว่ากระทำอนาจารแก่บุคคลเกินกว่าสิบสามปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายเท่านั้น ไม่ระบุข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราด้วย จะถือว่าผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ในข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรายังไม่ถนัด

แม้ว่าผู้เสียหายจะไม่ได้ระบุพฤติการณ์ของจำเลยในการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายก็ตาม ก็เป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนเองที่ซักถามผู้เสียหายถึงรายละเอียดดังกล่าว อย่างไรก็ตามเมื่อพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนผู้เสียหายในเวลาต่อมา ผู้เสียหายก็ได้ระบุพฤติการณ์ของจำเลยที่ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายไว้อย่างชัดแจ้ง ผลการสอบสวนปรากฏว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากการกระทำผิดของจำเลยในข้อหากระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้าย จึงถือได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ในความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 ประกอบด้วยมาตรา 80

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4560/2558

แม้ในเบื้องต้นโจทก์ร่วมที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แต่หลังจากนั้นโจทก์ร่วมที่ 1 ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนพร้อมกับร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5799/2549

จำเลยและ ป. ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากบริษัท ร. ซึ่งโจทก์ร่วมเป็นกรรมการ เช็คพิพาททั้งสี่ฉบับแม้จะเป็นเช็คออกให้แก่ผู้ซื้อ แต่เป็นเช็คที่จำเลยและ ป. ร่วมกันออกเพื่อชำระหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่บริษัท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2544

หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมมีข้อความว่า โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ ร. จัดการแจ้งความเรื่องเช็คคืน โดยไม่ได้ระบุให้มีอำนาจแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลย จึงไม่ชัดแจ้งว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายมีเจตนาที่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3804/2540

ในการผลิตยาแผนโบราณตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 นอกจากผู้ผลิตจะต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาตตามมาตรา 46 วรรคหนึ่งแล้ว ยังต้องปรากฏว่ายาแผนโบราณที่จะผลิตนั้นต้องเป็นยาที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้ด้วย ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2537

จำเลยกับพวกได้นำถังน้ำยาสำหรับฉีดฆ่าหญ้าเข้าไปฉีดต้นยางพาราและนำรถไถเข้าไปไถที่ดินของผู้เสียหาย แล้วปลูกต้นยางพาราและถั่วฝักยาวลงในที่ดินดังกล่าว แม้ผู้เสียหายจะมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.9 ให้ ส. ไปร้อง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้