Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2496

พ.ศ. 2496 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่าพยายามชิงทรัพย์ ศาลลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ได้ พยายามลักทรัพย์ ก็เป็นการลงมือกระทำการลักทรัพย์อันเป็นเหตุร้ายจึงลงโทษกักกันได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2493 เวลากลางวันจำเลยได้พยายามชิงทรัพย์เงิน 3 บาทของนายชวน ศิริวงศ์ โดยใช้มือล้วงกระเป๋ากางเกงของนายชวน หากแต่นายชวนรู้สึกตัวเสียก่อนจึงจับมือจำเลยไว้ เป็นเหตุให้จำเลยทำการไม่สำเร็จ จำเลยได้ขู่เข็ญจะทำร้ายนายชวนในขณะที่นายชวนจับมือจำเลยนั้น เพื่อปกปิดการกระทำผิดหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดเหตุเกิดที่ตำบลวังบูรพา อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร จำเลยเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้ง และเฉพาะโทษครั้งที่ 5 พ้นโทษมายังไม่เกิน 5 ปี จึงขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298, 60, 72 และขอให้ลงโทษกักกันตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 6, 8, 9 ด้วยจำเลยให้การปฏิเสธ

ส่วนข้อที่เคยต้องโทษและพ้นโทษรับว่าจริงตามใบแดงแจ้งโทษศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า ในวันเกิดเหตุนายชวนโดยสารรถยนต์ 2แถวมาจากท่าช้าง จำเลยก็ขึ้นมาด้วยครั้นรถเลี้ยวมาถนนเจริญกรุง จำเลยก็ล้วงกระเป๋ากางเกงซึ่งมีเงินอยู่ 3 บาทนายชวนรู้สึกจับมือจำเลยได้และต่อว่าจำเลย ในที่สุดจำเลยลงจากรถวิ่งหนีไปขึ้นรถ 3 ล้อ และไปถูกพลตำรวจจราจรจับตัวได้ที่ป้อมตำรวจหน้าวัดสุทัศน์การกระทำของจำเลยเป็นเพียงพยายามลักทรัพย์ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยขู่เข็ญจะทำร้ายฟังไม่ได้แน่ชัด พิพากษาให้จำคุกจำเลย 2 ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288 และ 60 เพิ่มโทษตามมาตรา 72 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วให้ส่งตัวไปกักกันตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 6, 8, 9 อีก 5 ปี นับโทษจำเลยต่อจากคดีแดงที่ 147/2487 ของศาลทหารจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะปัญหากฎหมายว่า

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามชิงทรัพย์ ศาลลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ไม่ได้ กับความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ไม่ใช่เหตุร้ายตามพระราชบัญญัติกักกัน ลงโทษกักกันไม่ได้ศาลฎีกาได้ฟังคำแถลงการณ์และตรวจปรึกษาสำนวนนี้แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ปัญหาข้อแรกนั้นเห็นว่า กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298 ที่โจทก์ฟ้องบัญญัติว่า "ผู้ใดลักทรัพย์ด้วยใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นหรือขู่เข็ญว่าจะทำร้ายเขา เพื่อเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งนี้คือ (1) เพื่อประโยชน์ที่จะตระเตรียมการหรือให้เป็นความสะดวกในการที่มันจะลักทรัพย์ก็ดี ฯลฯ" ดังนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าความผิดฐานชิงทรัพย์นั้นประกอบด้วยองค์สำคัญ 2 ประการ คือ 1. ลักทรัพย์ 2. ใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นหรือขู่เข็ญว่าจะทำร้ายเขา ฉะนั้น แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษฐานพยายามชิงทรัพย์ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยทำผิดเพียงฐานพยายามลักทรัพย์ ศาลก็ลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ปัญหากฎหมายข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาข้อหลังการพยายามกระทำความผิดนั้นกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 60 บัญญัติว่า

"ผู้ใดพยายามกระทำความผิด แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยของมันจะป้องกันได้มาขัดขวางมิให้กระทำลงได้ไซร้ ท่านว่ามันควรรับอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับความผิดนั้นแบ่งเป็นสามส่วนให้ลงอาญาแต่สองส่วน" พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 บัญญัติว่า ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นเหตุร้ายและศาลได้ฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าจำเลยได้พยายามทำผิดฐานพยายามลักทรัพย์กล่าวคือจำเลยได้ลงมือกระทำการลักทรัพย์แล้ว แต่หากมีเหตุอันพ้นวิสัยของจำเลยจะป้องกันได้มาขัดขวางเสีย จึงลักทรัพย์ไม่สำเร็จเช่นนี้ ก็ต้องฟังว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดฐานลักทรัพย์อันเป็นเหตุร้ายนั้นเอง ศาลลงโทษกักกันได้ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 831/2485 ระหว่างพนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์ นายแสวง พลทะจักรกับพวกจำเลย ปัญหากฎหมายข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้นคงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้