Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยแบ่งขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่137 ให้แก่โจทก์บางส่วนในราคา 52,000 บาท แล้วคู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่าจำเลยยอมขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 137 ให้แก่โจทก์ในราคา 52,000 บาท ดังนี้เมื่อคำบรรยายฟ้องและเอกสารการขอจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวก็ระบุว่าจำเลยตกลงแบ่งขายที่ดินเพียงบางส่วนราคาที่ดินตามฟ้องก็เป็นราคาเดียวกับในสัญญาประนีประนอมยอมความ แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยมีเจตนาอันแท้จริงที่จะตกลงซื้อขายที่ดินกันตามจำนวนเนื้อที่และเขตติดต่อที่ระบุในฟ้อง หาใช่ซื้อขายทั้งแปลงไม่ โจทก์จึงไม่อาจหยิบยกถ้อยคำในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระบุว่าซื้อขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 137 ให้มีความหมายว่าเป็นการซื้อขายทั้งแปลงตามตัวอักษร เพราะจะเป็นการตีความสัญญาซึ่งไม่ตรงตามความประสงค์ของคู่กรณีและเป็นไปในทางไม่สุจริตอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องให้จำเลยแบ่งขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 137 ให้แก่โจทก์บางส่วน เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 46 ตารางวา ในราคา 52,000 บาท คู่ความได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลมีใจความว่าจำเลยยอมขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 137 พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ในราคา 52,000 บาท โจทก์จะชำระราคาที่ดินให้แก่จำเลยภายในวันที่ 1 เมษายน 2517 โดยนำมาวางศาลต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์จำเลยไปยื่นคำร้องขอรังวัดแบ่งแยก พนักงานที่ดินได้รังวัดที่พิพาทออกจากโฉนดที่ดินของจำเลยเพื่อให้โจทก์ได้เต็มตาม น.ส.3 แต่จำเลยไม่ยอมรับรองแนวเขตและไม่ยอมโอนซื้อขายต่อไป ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยมาสอบถาม จำเลยแถลงว่า จำเลยไม่โอนให้เพราะโจทก์จะเอาทั้งแปลง แต่จำเลยตกลงขายเพียงเนื้อที่ 8 ไร่เศษ

ไม่ใช่ขายทั้งแปลงศาลชั้นต้นเห็นว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นการตกลงขายกันทั้งแปลงตาม น.ส.3 เลขที่ 137 ไม่ใช่ขายบางส่วน จึงให้จำเลยจัดการโอนที่ดินพิพาทภายในกำหนด 30 วันจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยโอนที่ดินบางส่วนตามน.ส.3 เลขที่ 137 เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 46 ตารางวาให้โจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าควรถือข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความเหนือกว่าข้อตกลงอื่นใดนอกสำนวนนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าคำบรรยายฟ้องของโจทก์เองก็ระบุเขตติดต่อของที่ดินที่จำเลยตกลงแบ่งขายไว้ ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นเพียงบางส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 137 ที่ฟ้องราคาที่ดินตามฟ้องก็เป็นราคาเดียวกันกับในสัญญาประนีประนอมยอมความ เอกสารต่าง ๆ ที่จำเลยได้ไปยื่นเรื่องราวต่อพนักงานที่ดินเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนขายที่ดินตาม น.ส.3 ให้แก่โจทก์ย่อมมีการฟ้องร้องคดีนี้ ก็ระบุว่าเป็นการแบ่งขายเพียงประมาณ 8 ไร่ ซึ่งเนื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวมีถึงประมาณ 9 ไร่

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยมีเจตนาอันแท้จริงที่จะตกลงซื้อขายที่ดินกันตามจำนวนเนื้อที่และเขตติดต่อที่ระบุในฟ้อง หาใช่ซื้อขายกันทั้งแปลงไม่ ดังนั้นโจทก์จึงไม่อาจหยิบยกถ้อยคำในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระบุว่าซื้อขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 137 ให้มีความหมายว่าเป็นการซื้อขายกันทั้งแปลงตามตัวอักษร เพราะจะเป็นการตีความสัญญาซึ่งไม่ตรงกับความประสงค์ของคู่กรณี และเป็นไปในทางที่ไม่สุจริตอันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติในมาตรา 368 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และข้อเท็จจริงที่นำมาวินิจฉัยถึงเจตนาของโจทก์จำเลยดังกล่าว ก็เป็นข้อที่ปรากฏอยู่ในคำฟ้องและพยานเอกสารที่โจทก์เป็นฝ่ายอ้าง ซึ่งศาลชั้นต้นได้เรียกมาจากอำเภอตามคำขอของโจทก์ก่อนที่โจทก์จำเลยจะตกลงประนีประนอมยอมความกัน จึงหาใช่ข้อตกลงนอกสำนวนดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พยนต์ ยาวะประภาษ · แผ้ว ศิวะบวร · จันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5478/2553

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมกำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้รวม 36,130,856.01 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ตกลงร่วมรับผิดใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2540

ภาษีธุรกิจเฉพาะมิใช่ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแต่เป็นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรมาตรา91/2(6)ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร(ฉบับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2530

โจทก์จำเลยพิพาทกันเกี่ยวกับแนวเขตที่ดินที่มีโฉนดแล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า ให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตที่ดินโจทก์จำเลยเพื่อให้ทราบแนวเขตติดต่อระหว่างที่ดินโจทก์จำเลยว่าอยู่ตำแหน่งใด โดยถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856/2520

สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำไว้ต่อศาลมีว่า โจทก์ให้ที่พิพาทแก่จำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 จะนำไปขายโดยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบก่อนไม่ได้ดังนี้ แม้ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ขายที่พิพาทให้จำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2519

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลว่าจำเลยยอมซื้อที่ดินส่วนของโจทก์ โดยมีกำหนดระยะเวลาชำระค่าที่ดินแน่นอน การที่โจทก์ได้เงินค่าที่ดินช้ากว่าเวลาที่ตกลงกัน เห็นได้ชัดว่าเป็นการเสียหายแก่โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้