Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2172/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยถูกฟ้องว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส แม้พนักงานสอบสวนจะมีความเห็นว่า ผู้ตายมีส่วนประมาทร่วมอยู่ด้วย แต่ผู้ตายถึงแก่ความตายไปก่อน ก็เป็นเพียงความเห็นของพนักงานสอบสวนเท่านั้น ไม่เป็นเหตุที่ต้องห้ามมิให้ภริยาของผู้ตายจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการไม่ได้ คำสั่งอนุญาตขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมของศาลชั้นต้นชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางสาวหรือนางชลธิชา ภริยานายสมศักดิ์ เกิดอยู่ ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฐานกระทำประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกระทงเดียว จำคุก 6 เดือน โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ คันหมายเลขทะเบียน 70 - 2717 ชลบุรี และพ่วงรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 70 - 4215 ชลบุรี ส่วนผู้ตายขับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 3 ฬ - 6162 กรุงเทพมหานคร รถทั้งสองคันวิ่งสวนกัน และเกิดอุบัติเหตุชนกัน บริเวณถนนสายสุขาภิบาล 8 เป็นเหตุให้นายสมศักดิ์ เกิดอยู่ ผู้ตาย คนขับรถยนต์ถึงแก่ความตาย นายพูลสวัสดิ์ เสงี่ยม นายอดุลย์ นายมุสตอปอ และนายอาลังค์ ซึ่งนั่งมาในรถยนต์คันดังกล่าวได้รับอันตรายสาหัส คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของจำเลยหรือไม่ ได้ความว่า จุดเกิดเหตุรถชนกันเป็นจุดที่จำเลยขับลงเนิน ตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ

เอกสารหมาย จ.2 ที่ร้อยตำรวจเอกชัยรัตน์ พนักงานสอบสวนทำไว้ ประกอบภาพถ่ายหมาย จ.6 และ จ.7 พบรอยห้ามล้อของรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 3 ฬ - 6162 กรุงเทพมหานคร เป็นแนวยาวประมาณ 30 เมตร และรอยครูดบนถนน นอกจากนี้ยังพบเศษกระจกแตกตกอยู่บนถนนในช่องเดินรถของรถยนต์ ในการวินิจฉัยจุดชนจำต้องพิจารณาจากรอยครูด รอยเบรกและเศษกระจกที่ตกอยู่บนพื้นถนนเป็นสำคัญยิ่งกว่าคำเบิกความของพยานบุคคล เพราะจะเป็นข้อที่บ่งชี้ถึงจุดชนได้ดีที่สุด ได้ความว่า ถนนเกิดเหตุมีความกว้าง 5.98 เมตร หากวัดจุดแบ่งกึ่งกลางถนนที่ระยะประมาณ 3 เมตร ตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.2 จะพบว่ารอยเบรก รอยครูดและเศษกระจกแตกล้วนตกอยู่บนผิวการจราจรของรถยนต์ทั้งสิ้น

การขับรถยนต์บรรทุกพ่วง จำเลยต้องขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยไม่ขับด้วยความเร็วที่อาจทำให้ผู้ที่ขับรถสวนมาสังเกตไม่เห็นถึงรถพ่วง หรือหักรถหลบรถพ่วงไม่ทัน เพราะความเร็ว ได้ความว่าบริเวณที่เกิดเหตุ ความกว้างของถนนไม่ถึง 6 เมตร รอยเบรกที่ปรากฏบนถนนจึงเป็นรอยเบรกที่เกิดจากสัญชาติญาณของผู้ตายที่ขับรถจำเป็นต้องเหยียบเบรกเพราะเห็นรถพ่วงแกว่งเข้ามาในช่องเดินรถของตน สอดคล้องกับรอยแอ่งกระทะบนเส้นทางเดินรถของรถยนต์บรรทุกพ่วงที่จำเลยขับผ่านรวมสองจุด ก่อนถึงจุดชนห่างประมาณ 14 เมตร และ 10.30 เมตร ตามลำดับ มีเหตุผลให้ฟังได้ว่ารอยแอ่งกระทะเป็นจุดที่เมื่อจำเลยขับรถผ่านแล้ว ทำให้รถพ่วงเสียการทรงตัวแกว่งเข้ามาในช่องเดินรถของผู้ตาย อุบัติเหตุตามฟ้องจึงเกิดขึ้น จำเลยขับรถโดยประมาทใช้ความเร็วเกินควร ไม่ชะลอความเร็วให้ลดลงตามสภาพถนนที่เป็นจริง จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุมีคนตายและได้รับอันตรายสาหัสตามฟ้อง และพฤติการณ์การกระทำของจำเลยถือว่าร้ายแรงไม่มีเหตุรอการลงโทษ ฎีกาจำเลยในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้ตายเป็นผู้มีส่วนประมาทด้วย โจทก์ร่วมซึ่งเป็นภริยาผู้ตายจึงขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ เห็นว่า คดีนี้ จำเลยถูกฟ้องว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส แม้พนักงานสอบสวนจะมีความเห็นว่า ผู้ตายเป็นผู้มีส่วนประมาทร่วมอยู่ด้วย แต่ผู้ตายถึงแก่ความตายไปก่อน ก็เป็นเพียงความเห็นของพนักงานสอบสวนเท่านั้น ไม่เป็นเหตุที่ต้องห้ามมิให้ภริยาของผู้ตายจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการไม่ได้ คำสั่งอนุญาตขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สิงห์พล ละอองมณี · อร่าม แย้มสอาด · ชุติมนต์ โพธิเดช
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2568

เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2101/2567

จ. เป็นบุพการีของ น. ผู้ตาย จ. จึงอยู่ในฐานะผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายเช่นเดียวกับ ร. โจทก์ร่วม ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) เมื่อโจทก์ร่วมถึงแก่ความตาย การที่ จ. ยื่นคำร้องขอเข้าแทนที่โจทก์ร่วมเดิม ถือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2563

ขณะ จ. อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย จ. คบหาฉันชู้สาวกับผู้ตายจนเป็นสาเหตุให้จำเลยหึงหวงและทะเลาะกัน แล้วแยกกันอยู่กับ จ. ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันอีก วันเกิดเหตุเมื่อผู้ตายเห็นรถจำเลยจอดอยู่ จึงขับร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7632/2562

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา แม้คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จะขอให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารของจำเลยออกจากเขตป่าสงวนแห่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้