Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฎีกาเพิ่มเติมของจำเลยที่ยื่นเกินกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งรับไว้เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองแม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ก็ตาม แต่เมื่อมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าจำเลยขว้างลูกระเบิดเพื่อพยายามฆ่าผู้เสียหายหรือไม่และข้อเท็จจริงไม่พอรับฟังว่าจำเลยมีลูกระเบิด ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานนี้ได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 80 ป.อ. มาตรา 288 ป.อ. มาตรา 289 ป.วิ.อ. มาตรา 163 ป.วิ.อ. มาตรา 185 ป.วิ.อ. มาตรา 195 ป.วิ.อ. มาตรา 198 ป.วิ.อ. มาตรา 215 ป.วิ.อ. มาตรา 225 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปีฐานพาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ฐานมีลูกระเบิดมือสังหาร จำคุก2 ปี ฐานต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 4 ปี ความผิดอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ริบของกลาง และนับโทษจำเลยต่อกับโทษจำเลยในคดีอื่น

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ด้วย จำคุกตลอดชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จะนำโทษความผิดอื่นมารวมไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) คงลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตสถานเดียว โดยไม่นับโทษต่อจากคดีอื่นนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา จ่าสิบตำรวจสงกรานต์ วรานุชพิทักษ์ จ่าสิบตำรวจประสิทธิ์ ขาวงาม สิบตำรวจเอกสาโรจน์ ศรีละคร พลตำรวจวิรัตน์เอื้อการ กับร้อยตำรวจโทชัชวาล เกตุแก้ว เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพล กับอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ร่วมกันจับกุมจำเลยได้ในเขตท้องที่อำเภอบ้านไผ่ และยึดได้อาวุธปืนลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 2 นัดเป็นของกลางจริง มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 15มกราคม 2530 ว่า จำเลยมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองและขว้างระเบิดใส่เพื่อฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ดังฟ้องหรือไม่ ส่วนฎีกาเพิ่มเติมของจำเลยลงวันที่ 9 มีนาคม 2530 ยื่นเลยกำหนดศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเพิ่มเติมไว้จึงไม่ชอบและศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้

ได้ความจากจ่าสิบตำรวจสงกรานต์ วรานุชพิทักษ์ พยานโจทก์ว่าเมื่อพยานพร้อมด้วยจ่าสิบตำรวจประสิทธิ์ สิบตำรวจตรีสุครีพสิบตำรวจตรีสุบิน พลตำรวจคำพล และพลตำรวจวสินทร์ ไปถึงบ้านพี่สาวของจำเลยก็เห็นจำเลยอยู่ที่เถียงนา (กระท่อมนา) ในระยะห่างประมาณ 100 เมตร จำเลยวิ่งหนี พยานกับพวกไล่ติดตามทิ้งระยะห่างจำเลยประมาณ 50 เมตรบ้าง 10 เมตรบ้าง จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยกเล็งมาทางพยานและพวก พยานกับพวกได้หยุดไล่ เมื่อจำเลยวิ่งหนีไปอีกพวกพยานไล่ตาม ก็ถูกจำเลยใช้อาวุธปืนจ้องเล็งมายังพวกพยานอีกนั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน นอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ชุดแรกประกอบด้วยจ่าสิบตำรวจสงกรานต์กับพวกติดตามจับกุมจำเลยแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหลังตามไปสมทบอีกถึง 20 คนและใช้อาวุธปืนยิงขู่ขณะจับกุมจำเลยด้วย แต่พลตำรวจวิรัตน์เอื้อการกับสิบตำรวจเอกสาโรจน์

ศรีละคร พยานโจทก์ที่ตามไปภายหลังและไล่จับกุมจำเลยกลับไม่เห็นจำเลยใช้อาวุธปืนจ้องเล็งมายังพวกเจ้าหน้าที่ ต่อเมื่อพลตำรวจวิรัตน์ไล่ไปห่างจำเลยประมาณ10 เมตร จึงถูกจำเลยขว้างลูกระเบิดใส่ ลูกระเบิดตกห่างพลตำรวจวิรัตน์เพียง 1 วา แต่ลูกระเบิดไม่ระเบิด ทำให้สงสัยว่าจำเลยมีลูกระเบิดและขว้างลูกระเบิดใส่เจ้าหน้าที่หรือไม่ เพราะลูกระเบิดหากระเบิดขึ้นมีอำนาจทำลายรุนแรงซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ตามเอกสารหมาย ป.จ.1 มีรัศมีทำลายฉกรรจ์ถึง 15 เมตร ถ้าจำเลยขว้างลูกระเบิดใส่ผู้เสียหายให้ตกใกล้จำเลยเช่นนั้น จำเลยอาจได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งจำเลยคงจะไม่กระทำ พลตำรวจวิรัตน์ กับร้อยตำรวจโทชัชวาลก็มิได้แสดงอาการตกใจหรือป้องกันตนตามสัญชาติญาณพลตำรวจวิรัตน์กลับคว้าเก็บลูกระเบิดยื่นส่งให้ร้อยตำรวจโทชัชวาลที่ยืนอยู่ใกล้

ๆ ให้ปาลงไปในสระน้ำเมื่อร้อยตำรวจเอกดำรง ไชยประมง มาถึงที่เกิดเหตุได้ประกาศให้จำเลยมอบตัวจำเลยก็ออกมาให้จับกุมโดยดี ร้อยตำรวจโทชัชวาลจึงให้จำเลยพาไปค้นหาอาวุธปืนและกระสุนปืนได้ที่พงหญ้าบริเวณเกิดเหตุ หากจำเลยมีเจตนาฆ่าจำเลยน่าจะกระทำตั้งแต่เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงขู่ ซึ่งพยานโจทก์ก็รับว่าจำเลยยกอาวุธปืนจ้องเล็งมาแล้วหลายครั้ง แต่จำเลยก็ไม่ได้ยิง จึงไม่มีเหตุที่จะต้องใช้ลูกระเบิดขว้างใส่เจ้าหน้าที่อีก จำเลยได้ปฏิเสธแต่แรกว่าจำเลยไม่มีลูกระเบิดไว้ในครอบครอง หลังเกิดเหตุถึง 3 วันเมื่อจ่าสิบเอกบัวไล ขันธ์ละไปงมลูกระเบิดได้จากสระน้ำ ร้อยตำรวจโทชัชวาลก็ไม่รู้เรื่องทั้งพลตำรวจวิรัตน์และร้อยตำรวจโทชัชวาลก็ไม่เห็นลูกระเบิดหรือยืนยันว่าเป็นลูกระเบิดที่จำเลยใช้กระทำผิด

พยานโจทก์ที่นำสืบต่างเป็นเจ้าหน้าที่เช่นผู้เสียหาย อาจเบิกความเป็นประโยชน์และสนับสนุนฝ่ายตน ทั้งขณะเกิดเหตุมีประชาชนมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนนับร้อยน่าจะนำมาสืบสนับสนุนบ้าง พยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบยังไม่มั่นคงพอที่จะให้รับฟังว่าจำเลยมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองและขว้างลูกระเบิดเพื่อฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยขว้างลูกระเบิดใส่เพื่อฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น สำหรับความผิดฐานมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยมิได้อุทธรณ์ไว้ก็ตาม แต่เมื่อมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าจำเลยขว้างระเบิดเพื่อพยายามฆ่าผู้เสียหายหรือไม่ และข้อเท็จจริงไม่พอรับฟังว่าจำเลยมีลูกระเบิดเสียแล้ว

ศาลฎีกามีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานนี้ได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ฐานความผิดมีลูกระเบิดไว้ในครอบครอง และฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่นั้นเสีย การนับโทษต่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2546

หลังจากที่จำเลยกับผู้เสียหายโต้เถียงกันแล้ว ผู้เสียหายกลับไปบ้านพักจำเลยกลัวว่าผู้เสียหายจะไปนำอาวุธปืนมายิงตน จำเลยจึงกลับไปนำเอาอาวุธปืนที่บ้านตน เมื่อกลับมาที่บ้านผู้ตาย จำเลยเห็นบริเวณเอวของผู้เสี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2525

จำเลยเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน สังกัดกองร้อย อส.อำเภออรัญประเทศปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์รับผู้อพยพลี้ภัยชาวเขมร นายอำเภอได้จ่ายอาวุธปืนคาร์ไปน์ของกลางให้ประจำตัวจำเลย ปืนของกลางจึงเป็นอาวุธปืนของท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12802/2558

เมื่อผู้เสียหายทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 คำร้องดังกล่าวย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญาและไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 253 วรรคหนึ่ง เมื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5730/2538

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นฐานพยายามฆ่าผู้อื่นกระทงหนึ่งฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่งแม้ข้อหาฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะต้องห้ามมิให้จำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้