Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2190/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 มีอาชีพเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ จำเลยที่ 2ว.และส.เข้าหุ้นส่วนกันสร้างภาพยนตร์โทรทัศน์โดยว. ลงทุนด้วยเงินสดจำเลยที่ 2 และ ส. ลงทุนด้วยแรงงานโดยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้จากกิจการสร้างภาพยนตร์นั้น ส่วนโจทก์เป็นหุ้นส่วนร่วมกับ ว.20เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่ว. นำมาลงและเป็นทนายความประจำสำนักงานภาพยนตร์ของ ว. จำเลยที่ 1เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลัง มอบให้ว.โดยมีข้อตกลงว่าว. จะบังคับให้ใช้เงินตามเช็คได้ต่อเมื่อภาพยนตร์ที่ร่วมกันสร้างได้ฉายทาง โทรทัศน์ จนมีกำไร เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่ออกให้แก่ ว. ผู้ทรงคนก่อนเพื่อเป็นการประกันการปฏิบัติตามสัญญาหุ้นส่วน เมื่อ ว. ยังไม่ปฏิบัติตามสัญญาหุ้นส่วนโดยไม่จัดการชำระบัญชีกันให้ถูกต้อง แล้วกลับโอนเช็คให้โจทก์มาฟ้องจำเลยทั้งสอง โดยโจทก์รู้ถึงข้อตกลงในการเข้าหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นการยืมมือโจทก์ฟ้อง ย่อมถือว่าโจทก์กับ ว. คบคิดกันฉ้อฉลจำเลยทั้งสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คและดอกเบี้ยจำนวน70,950 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน66,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ได้รับโอนเช็คพิพาททั้งสองฉบับมาจากนายวิวัฒน์ ธรรมชวนวิริยะ โดยคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยทั้งสองโจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 มีอาชีพเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ จำเลยที่ 2 นายวิวัฒน์ธรรมชวนวิริยะ และนายสมบูรณ์ แสงทอง ได้เข้าหุ้นส่วนกันสร้างภาพยนตร์โทรทัศน์โดยนายวิวัฒน์เป็นผู้ลงทุนด้วยเงินสด จำเลยที่ 2 และนายสมบูรณ์ลงทุนด้วยแรงงาน โดยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้จากกิจการสร้างภาพยนตร์นั้น ส่วนโจทก์เป็นหุ้นส่วนร่วมกับนายวิวัฒน์ 20 เปอร์เซ็นต์ ของเงินทุนที่นายวิวัฒน์นำมาลง และเป็นทนายความประจำสำนักงานภาพยนตร์ของนายวิวัฒน์จำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสองฉบับ โดยมีจำเลยที่ 2เป็นผู้สลักหลัง ต่อมาโจทก์นำเช็คพิพาททั้งสองฉบับไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินคดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คพิพาททั้งสองฉบับหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้เห็นว่า

เช็คพิพาททั้งสองฉบับระบุให้จ่ายเงินแก่ผู้ถือ การโอนไปย่อมสมบูรณ์เพียงด้วยส่งมอบให้กัน เมื่อนายวิวัฒน์ส่งมอบเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้โจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 ทั้งข้อเท็จจริงรับฟังได้แล้วว่า เช็คพิพาททั้งสองฉบับถึงกำหนดและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแล้ว ผู้ทรงย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บรรดาผู้สลักหลังผู้สั่งจ่าย ฯลฯ ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 959 ประกอบกับมาตรา 989 จำเลยทั้งสองผู้ถูกฟ้องในมูลหนี้ตามเช็คหาอาจจะต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับนายวิวัฒน์ ผู้ทรงคนก่อนนั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลปัญหาที่ว่าการโอนเช็คพิพาททั้งสองฉบับระหว่างนายวิวัฒน์กับโจทก์ได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลหรือไม่นั้น

เห็นว่า นอกจากจำเลยทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า ขณะที่มอบเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้นายวิวัฒน์ไปนั้น จำเลยทั้งสองกับนายวิวัฒน์ตกลงกันว่านายวิวัฒน์จะบังคับการใช้เงินตามเช็คดังกล่าวได้ต่อเมื่อภาพยนตร์ที่ร่วมกันสร้างได้ฉายทาง โทรทัศน์ จนมีกำไร เมื่อได้กำไรแล้วก็จะแบ่งกัน และจำเลยที่ 2 จะชำระหนี้เงินยืมให้นายวิวัฒน์ แต่จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีการชำระบัญชีกันอย่างถูกต้องนายวิวัฒน์ได้โอนเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้โจทก์ซึ่งเป็นทนายความประจำสำนักงานภาพยนตร์ของนายวิวัฒน์เองแล้ว จำเลยทั้งสองยังมีสำเนาคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 10905/2527 ของศาลอาญาเอกสารหมาย ล.1 สำเนาคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 13738/2526ของศาลแขวงพระนครเหนือ

เอกสารหมาย ล.2 สำเนาคำเบิกความของโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 3270/2526 ของศาลอาญา และสำเนาคำเบิกความของโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3890/2526 ของศาลแขวงพระนครเหนือ เอกสารหมาย ล.4 มาเป็นพยานเอกสารประกอบอีกด้วย ว่าในคดีหมายเลขแดงที่ 10905/2527 ของศาลอาญาและในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 10738/2526 ของศาลแขวงพระนครเหนือโจทก์เบิกความว่า จำเลยที่ 2 นายวิวัฒน์ ธรรมชวนวิริยะ กับนายสมบูรณ์ แสงทอง เข้าหุ้นกันจัดรายการโทรทัศน์ที่สถานีโทรทัศน์สี กองทัพบกช่อง 5 ชื่อรายการรักกันไว้เถิด ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเจ้าซอใจซื่อ ส่วนโจทก์เข้าหุ้นเป็นการส่วนตัวกับนายวิวัฒน์คำเบิกความของโจทก์ในคดีก่อนทั้งสองคดีเจือสมกับคำเบิกความของจำเลยทั้งสองในข้อที่ว่า

โจทก์ในฐานะที่เข้าหุ้นเป็นการส่วนตัวกับนายวิวัฒน์ และในฐานะทนายความประจำสำนักงานภาพยนตร์ของนายวิวัฒน์ น่าจะรู้ถึงข้อตกลงระหว่างนายวิวัฒน์นายสมบูรณ์กับจำเลยที่ 2 ในการเข้าหุ้นกันจัดรายการโทรทัศน์ดังกล่าว ยิ่งกว่านั้น จำเลยทั้งสองยังมีสำเนารายงานการตรวจพิสูจน์เช็คพิพาทฉบับแรกในคดีหมายเลขดำที่ 3270/2526 ของศาลอาญาเอกสารหมาย ล.5 และสำเนารายงานการตรวจพิสูจน์เช็คพิพาทฉบับที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3890/2526 ของศาลแขวงพระนครเหนือเอกสารหมาย ล.6 มาแสดงว่า ลายมือที่เขียนข้อความช่องลงวันที่ในเช็คพิพาททั้งสองฉบับไม่ใช่ลายมือของจำเลยที่ 1 ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองนำสืบ จึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ลงวันเดือนปีในเช็คพิพาททั้งสองฉบับเนื่องจากมีข้อตกลงกันว่า

นายวิวัฒน์จะบังคับให้ใช้เงินตามเช็คได้ต่อเมื่อภาพยนตร์ที่ร่วมกันสร้างได้ฉายทางโทรทัศน์จนมีกำไรเมื่อได้กำไรแล้วก็จะแบ่งกัน แล้วจำเลยที่ 2 จะชำระหนี้เงินยืมให้นายวิวัฒน์พร้อมกับรับเช็คพิพาททั้งสองฉบับคืนมาให้จำเลยที่ 1 อันเป็นการส่อแสดงว่าจำเลยทั้งสองมิได้ยินยอมให้โจทก์จดวันสั่งจ่ายเช็คลงไปเองฉะนั้น เช็คพิพาททั้งสองฉบับที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่าย และจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลัง แล้วมอบให้นายวิวัฒน์ จึงเป็นเช็คที่ออกให้แก่นายวิวัฒน์ผู้ทรงคนก่อนเพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญาหุ้นส่วน เมื่อนายวิวัฒน์ยังไม่ปฏิบัติตามสัญญาหุ้นส่วนโดยไม่จัดการชำระบัญชีกันให้ถูกต้องแล้วกลับโอนเช็คให้โจทก์มาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นการยืมมือโจทก์ฟ้องดังนี้ย่อมถือว่า

โจทก์กับนายวิวัฒน์คบคิดกันฉ้อฉลจำเลยทั้งสอง ดังนั้นจำเลยที่ 1ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 ผู้สลักหลังไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ข้อที่โจทก์อ้างว่าเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2525 จำเลยที่ 2 ได้มาขอยืมเงินนายวิวัฒน์ ธรรมชวนวิริยะ ที่สำนักงานสร้างภาพยนตร์ของนายวิวัฒน์ ซึ่งโจทก์เป็นทนายความประจำอยู่ นายวิวัฒน์ไม่มีเงินให้ยืม จึงให้โจทก์ออกเงินแทน โจทก์จึงมอบเงินให้จำเลยที่ 2 ไป 66,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คพิพาท 2 ฉบับให้ใช้เงินแก่ผู้ถือรวมเป็นเงิน 66,000 บาท แล้วจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คพิพาททั้งสองฉบับและส่งมอบให้โจทก์ไปนั้น ก็ปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์เองว่า โจทก์มีเงินสดติดตัวเพียงวันละประมาณ 1,000-2,000 บาท

เท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้ตัวล่วงหน้ามาก่อนว่าจำเลยที่ 2 จะขอยืมเงินสดจากโจทก์เป็นเงิน 66,000 บาท โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับจ้างคนหนึ่งในสำนักงานของนายวิวัฒน์ จึงไม่น่าจะมีเงินสดให้จำเลยที่ 2 ยืมไป เป็นเงินจำนวนมากเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโจทก์ไม่นำนายวิวัฒน์มาสืบโดยไม่ปรากฏเหตุขัดข้องแต่อย่างใด ข้ออ้างของโจทก์จึงไม่น่าเชื่อ ด้วยเหตุผลดังวินิจฉัยมา

ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักยิ่งกว่าพยานหลักฐานของโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประชา บุญวนิช
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4357/2540

จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจาก ท.ด้วยราคาเพียง 850,000 บาทแต่ห่างกันเพียง 15 วัน จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์กลับตั้งราคาสูงถึง 4,500,000 บาท โดยมีข้อสัญญาข้อ 2.1 ที่ระบุว่า จ่ายวันท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2551 (เลขอ้างอิง 494169)

การร่วมกันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อกู้ของโจทก์ทั้งห้าสิบสอง จำเลยทั้งห้ากับราษฎรในท้องที่เป็นการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำ จึงมีลักษณะเป็นสัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3885/2546

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญรับจ้างก่อสร้างอาคารเรียนในวิทยาลัยสารพัดช่าง เมื่อจำเลยก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าวเสร็จและได้รับเงินค่าจ้างครบถ้วนแล้ว ห้างหุ้นส่วนสามัญย่อมเลิกกันเพราะเสร็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2540

จำเลยที่ 1 จ่ายเงินส่วนแบ่งให้แก่โจทก์ไม่ครบตามสิทธิในส่วนจำนวนค่าหุ้นที่โจทก์ยังมีอยู่ เมื่อหุ้นส่วนมีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการที่จะนำเอาที่ดินที่ซื้อมาขายเอากำไรแต่เพียงอย่างเดียว เมื่อมีการขายที่ดินท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้