Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2190/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ใช้คำว่า "ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง" ฉะนั้นเมื่อจำเลยมีอาวุธมีดติดตัวไปในเมืองก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว หาจำต้องใช้ในการกระทำผิดไม่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 บัญญัติว่า ในการกักขังแทนค่าปรับให้ถืออัตรา 70 บาทต่อหนึ่งวัน ดังนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับจำเลยเป็นเงิน 37.50 บาท การบังคับค่าปรับจึงกักขังแทนค่าปรับไม่ได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,371, 33, 83, 91 ริบมีดและมีดคัตเตอร์ของกลาง และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 3 บาท คืนแก่ผู้เสียหายที่ 1

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ใช้คำว่า "ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง" ฉะนั้นเมื่อจำเลยมีอาวุธมีดติดตัวไปในเมืองก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว หาจำต้องใช้ในการกระทำผิดไม่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 บัญญัติว่า ในการกักขังแทนค่าปรับให้ถืออัตรา 70 บาทต่อหนึ่งวัน ดังนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับจำเลยเป็นเงิน 37.50 บาท การบังคับค่าปรับจึงกักขังแทนค่าปรับไม่ได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,371, 33, 83, 91 ริบมีดและมีดคัตเตอร์ของกลาง และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 3 บาท คืนแก่ผู้เสียหายที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง, มาตรา 371 อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธจำคุก 10 ปีฐานพาอาวุธไปในเมือง

หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรปรับ 100 บาท คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 มีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามมาตรา 78หนึ่งในสี่คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ปรับ 75 บาท ริบมีดปลายแหลมของกลางส่วนมีดคัตเตอร์ให้คืนแก่เจ้าของ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน 3 บาทแก่ผู้เสียหายที่ 1 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว ความผิดตามมาตรา 339วรรคสอง วางโทษจำคุก 5 ปี ความผิดตามมาตรา 371 ปรับ 50 บาทรวมจำคุก 5 ปี และปรับ 50 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้วเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ

ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 ปี9 เดือน และปรับ 37.50 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29,30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนปัญหาฎีกาข้อ 3 ที่จำเลยว่า การพกพาอาวุธมีดจะเป็นความผิดเมื่อใช้อาวุธมีดในขณะลงมือกระทำความผิดนั้นเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ใช้คำว่า "ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง" ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 มีอาวุธมีดติดตัวไปในที่ต่าง ๆ ตามฟ้องก็เป็นความผิดสำเร็จแล้วหาจำต้องใช้ในการกระทำผิดตามที่จำเลยที่ 1ฎีกาไม่ ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30บัญญัติว่า ในการกักขังแทนค่าปรับให้ถืออัตรา 70 บาทต่อหนึ่งวัน ดังนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 37.50 บาท การบังคับค่าปรับจึงกักขังแทนค่าปรับไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นั้น เป็นการไม่ถูกต้องศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 แต่ประการเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร สุภาดุลย์ · สุทิน ปัทมราชวิเชียร · สมชัย เกษชุมพล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7007/2553

ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 15 เม็ด ของกลางเป็นแอมเฟตามีนหรืออนุพันธ์แอมเฟตามีนที่ผสมอยู่จำนวน 15 หน่วยการใช้ มีน้ำหนักรวม 4.480 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.457 กรัม กรณีต้องด้วย พ.ร.บ.ยาเสพติด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2535

โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหามีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพา อาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางนำสืบโจทก์ไม่มี อาวุธปืนที่ฟ้องเป็นของกลางแสดงต่อศาลว่าเป็นอาวุธปืนที่จำเลย ไม่ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในคร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6267/2568

ความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร กับความผิดฐานนำอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมกันหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567

แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้