Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2193/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าซึ่งประชาชนย่อมจะเข้าไปได้แม้จะเป็นเคหสถานที่ผู้เสียหายใช้อยู่อาศัยด้วย แต่ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวันร้านค้ายังคงเปิดขายสินค้าอยู่ การที่จำเลยเข้าไปลักสุราและบุหรี่จึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 จำคุก 1 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาว่า จำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปจริงดังฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนางเพ็ญศรี นามลีบุตรผู้เสียหายมาเบิกความว่า ขณะเฝ้าอยู่ที่ร้านของบิดาซึ่งขายสุราบุหรี่ ขนม ผงซักฟอกและของอื่น ๆ พยานเผลอหลับอยู่หน้าร้านเมื่อตื่นขึ้นก็เห็นจำเลยกำลังเดินออกจากหน้าร้านห่างประมาณ 3 วาในมือทั้งสองข้างถือสุรา 4 ขวดและบุหรี่ 2 ห่อ โดยใช้มือถือสุราข้างละขวดและใช้แขนหนีบบุหรี่ข้างละ 1 ห่อ พยานเรียกจำเลยให้หยุดจำเลยหันมามองแต่ไม่หยุด กลับเดินหนีไป จึงวิ่งไปบอกบิดาว่าจำเลยลักสุราและบุหรี่ไป นายสิทธิ์ นามลีผู้เสียหายเบิกความว่านางเพ็ญศรีวิ่งมาบอกว่าจำเลยลักสุราและบุหรี่ไป ผู้เสียหายกลับบ้านตรวจดูทรัพย์สินพบว่านอกจากสุราและบุหรี่แล้วเงินสดหายไปอีก 2,000 บาท จึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน

นายสมหมาย สังหาผู้ใหญ่บ้านเบิกความว่าผู้เสียหายแจ้งว่า จำเลยลักเงิน 2,000 บาทสุรา 4 ขวด บุหรี่ 2 ห่อ พยานไปจับจำเลยได้ที่บ้าน จำเลยรับว่าเอาไปแต่สุรา 4 ขวด ชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าผู้เสียหายยืมเงินไป 200 บาท แล้วไม่ยอมใช้จึงเอาสุราของผู้เสียหายไป 4 ขวด ร้อยตำรวจตรีบุญส่ง สังข์ยิ้ม เบิกความว่า ได้สอบผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายแจ้งว่าไม่เคยยืมเงินจำเลย เห็นว่าแม้โจทก์จะมีนางเพ็ญศรีเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียวแต่นางเพ็ญศรีก็วิ่งไปบอกผู้เสียหายทันทีว่า จำเลยลักสุราและบุหรี่ไป ผู้เสียหายก็เบิกความยืนยันว่านางเพ็ญศรีบอกผู้เสียหายว่าจำเลยลักสุราและบุหรี่ไปและผู้เสียหายก็ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านในวันเกิดเหตุนั่นเอง

ส่วนที่ผู้เสียหายว่าเงิน 2,000บาท หายไปด้วยนั้น โจทก์ไม่มีพยานมาสืบว่าเห็นจำเลยลักไปและไม่มีหลักฐานมาแสดงว่าเงิน 2,000 บาท หายไปจริงหรือไม่จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเอาเงิน 2,000 บาท ของผู้เสียหายไปด้วยที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความต่อศาลว่าผู้เสียหายยืมเงินจำเลยไป 200 บาท แล้วไม่ใช้คืน จำเลยจึงเอาสุราของผู้เสียหายไป 4 ขวดนั้นหากเป็นความจริงเหตุใดจำเลยจึงไม่แจ้งแก่นายสมหมายผู้ใหญ่บ้านให้บันทึกไว้ในบันทึกการจับกุมว่าผู้เสียหายยืมเงินจำเลยไปส่วนที่จำเลยเบิกความว่าผู้เสียหายไปเล่นการพนันมวยทางโทรทัศน์ที่บ้านนายสมหมายและยืมเงินจำเลย จำเลยไม่มีพยานมาสืบสนับสนุนให้รับฟังได้ นายสมหมายก็มิได้เบิกความว่าผู้เสียหายยืมเงินจำเลยไปจริง ข้ออ้างของจำเลยเลื่อนลอยรับฟังไม่ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยลักสุรา 4ขวด และบุหรี่ 2 ห่อ ของผู้เสียหายไปจริง แต่ที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าซึ่งประชาชนย่อมจะเข้าไปได้ แม้จะเป็นเคหสถานที่ผู้เสียหายใช้อยู่อาศัยด้วยก็ตาม ได้ความว่าขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวันร้านค้ายังคงเปิดขายสินค้าอยู่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8) ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำคุก 6 เดือน มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาสุราและบุหรี่รวมเป็นเงิน364 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18654/2555

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายหน้าดินจากจำเลยที่ 2 โดยมิได้ระแวงว่าหน้าดินที่จำเลยที่ 2 เสนอขายจะเป็นที่ดินของผู้ใด หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ให้ ว. กับพวก ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เข้าไปขุดดินในที่ดินของโจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 593/2549

ตามสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ซึ่งโจทก์ส่งไว้ต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ก. เป็นเอกสารราชการ นอกจากนี้ ส. กรรมการโจทก์ได้ลงชื่อรับรองว่าเป็นรายการที่ถูกต้องตรงกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งตาม ป.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3333/2545

การที่มีผู้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายไปเก็บไว้ที่ท้ายกระโปรงรถยนต์ของผู้เสียหายคันที่ให้จำเลยนำไปใช้ในการทำงาน โดยจำเลยไม่ทราบมาก่อนดังที่จำเลยเบิกความกล่าวอ้างนั้น ยังถือมิได้ว่าผู้เสียหายได้ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3245/2545

จำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกมีเจตนาทุจริตที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปตั้งแต่เบื้องต้น ส่วนการหลอกลวงว่าจะรับซื้อที่ดินจำนวนมากก็ดี หรือการหลอกลวงว่าจะพาไปซื้อรถยนต์ราคาถูกก็ดี ล้วนเป็นการสร้างกลอุบายเพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1715/2534

ภริยาผู้เสียหายเป็นหนี้จำเลย จำเลยจึงตามไปที่บ้านผู้เสียหายและเอาตู้เย็นของผู้เสียหายไปเพื่อให้ผู้เสียหายและภริยาผู้เสียหายไปติดต่อชำระหนี้ที่ค้างต่อกัน การกระทำของจำเลยจึงมิได้เป็นการเอาทรัพย์ของผู้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้