Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2198/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำกินในที่พิพาทมาด้วยกันมาเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ต่อมาโจทก์หยุดทำกินเพราะป่วย จำเลยที่ 1 กับสามีทำกินต่อโดยแบ่งผลประโยชน์ให้โจทก์ แสดงว่าโจทก์มิได้สละการครอบครองที่พิพาทในส่วนของโจทก์ จำเลยที่ 1 คงครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์อยู่ การที่จำเลยที่ 1 นำที่พิพาทส่วนของโจทก์ไปแลกเปลี่ยนกับ ฮ.ก็ดี หรือยกส่วนของโจทก์ให้จำเลยที่ 2 ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) ก็ดี เมื่อโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย นิติกรรมดังกล่าวหาผูกพันโจทก์ไม่ โจทก์ยังมีสิทธิครอบครองที่พิพาทในส่วนของโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของ ส. มีบุตร 2 คนคือจำเลยที่ 1และ ฮ. โจทก์และสามีได้ทำหนังสือนาซา (พินัยกรรมตามกฎหมายอิสลาม)ยกที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสส่วนของโจทก์และสามีคนละครึ่ง ให้แก่จำเลยที่ 1 ฮ. และจำเลยที่ 2 หลังจากนั้นโจทก์และสามีร่วมกันครอบครองเรื่องมาประมาณ 7 ปีมานี้ สามีโจทก์ถึงแก่ความตาย ที่ดินส่วนสามีโจทก์ตกทอดแก่จำเลยที่ 1 ฮ. และจำเลยที่ 2 คือที่ดินของสามีโจทก์ครึ่งหนึ่งซึ่งมี 7 แปลงเป็นของจำเลยที่ 1 3 แปลง อีก 4 แปลงจำเลยที่ 1 กับ ฮ. ได้รับมรดกร่วมกัน ภายหลังจำเลยที่ 1 กับ ฮ.ได้ตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกัน 2 แปลง อีก 1 แปลง ฮ. ได้ขายส่วนของตนให้จำเลยที่ 1 อีกแปลงหนึ่ง จำเลยที่ 1 ยกส่วนของตนให้แก่โจทก์โจทก์กับจำเลยที่ 1 ร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน5 แปลงคนละครึ่ง

ต่อมาในปี 2522 จำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 2ไปแจ้งความเท็จต่อพนักงานที่ดินว่าที่ดินทั้ง 5 แปลงเป็นที่ดินที่จำเลยที่ 2 ได้รับยกให้จากจำเลยที่ 1 มารดาและ ย. บิดา ประมาณ 1 ปีและก่อนนี้บิดามารดาได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวมา 33 ปีแล้วเจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อจึงออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3ก.) ให้แก่จำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์เสียหายขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินทั้ง 5 แปลงครึ่งหนึ่ง และให้ลงชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้ง5 ฉบับด้วยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุตรของ ส. กับโจทก์ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 ทรัพย์สินตามหนังสือนาซาเป็นสินสมรสระหว่างบิดากับโจทก์จริง แต่บิดาได้กล่าววาจานาซาให้จำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียว

ทรัพย์สินทั้งหมดรวม 8 อันดับที่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ฮ. และที่ตกได้แก่จำเลยที่ 2 จึงเป็นโมฆะ เมื่อบิดาตายแล้วจำเลยที่ 1 ได้รับที่ดินตามหนังสือนาซา7 อันดับ อีก 8 อันดับที่เป็นโมฆะ เป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ จำเลยที่ 1 และ ฮ. ได้รับส่วนแบ่งตามกฎหมายอิสลาม จำเลยที่ 1 ให้โจทก์กับ ฮ. แบ่งกันคนละครึ่ง ทุกตนต่างครอบครองส่วนของตนด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่มีผู้ใดแย่งการครอบครองของจำเลยที่ 1 ที่ดินส่วนของโจทก์ ฮ. สมคบกับ อ. สามีของตน โอนให้ อ. และ อ. นำไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นชื่อ อ. เมื่อจำเลยที่ 1 ทราบเรื่องก็ได้ว่ากล่าว อ. และ ฮ.ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์สละสิทธิครอบครองที่พิพาทให้จำเลยที่ 1 แล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า

โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งห้าแปลงครึ่งหนึ่งจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 ช่วยกันทำกันในที่พิพาทด้วยกัน เมื่อ 8 ปีที่แล้ว โจทก์หยุดทำกินเพราะโจทก์ป่วย จำเลยที่ 1 กับสามีทำกินในที่พิพาทต่อไปโดยแบ่งผลประโยชน์ให้แก่โจทก์ แสดงว่าโจทก์มิได้สละการครอบครองที่พิพาทในส่วนของโจทก์ จำเลยที่ 1 คงครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์อยู่ การที่จำเลยที่ 1 นำที่พิพาทส่วนของโจทก์ไปแลกเปลี่ยนกับนางอาบิเบาะก็ดี หรือจำเลยที่ 1 ยกที่พิพาทส่วนของโจทก์ให้จำเลยที่ 2 ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) ก็ดีโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย การทำนิติกรรมดังกล่าวหาผูกพันโจทก์ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิครอบครองที่พิพาทในส่วนของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองในประเด็นนี้ฟังไม่ขึ้นสำหรับปัญหาที่ว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยสมัครใจหรือไม่ จำเลยทั้งสองมิได้กล่าวแก้อุทธรณ์ให้เป็นประเด็นไว้ในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์และไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2652/2541

จำเลยเป็นผู้แจ้งการครอบครองที่ดินพิพาทแต่ไม่เคยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาทมาก่อน จึงไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ส่วนบิดา-โจทก์ทั้งสองยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตน มิได้ยึดถือเพื่อจำเลย บิดาโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4129/2540

ขณะโจทก์ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยเพื่อเป็นสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอนั้น โรงเรียนที่จะสร้างขึ้นยังไม่มีที่ดินและอาคารเรียนเป็นของตนเอง และยังไม่มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดยกที่ดินให้แก่จำเลยเพื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3676/2538

จำเลยมิได้อ้างสัญญา ซื้อขายเอกสารหมายล.1ขึ้นให้การต่อสู้กลับอ้างความเป็นเจ้าของ สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามหนังสือสัญญามัดจำเอกสารหมายจ.6หรือล.11แสดงว่าโจทก์จำเลยยกเลิกสัญญาซื้อขายเอกสารห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3372/2538

ที่ดินพิพาทมี น.ส.3 ก.ที่ทางราชการออกให้แก่มารดาโจทก์โดยมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 5 ปี ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 มาตรา 12 ก่อนพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวมารดาโจทก์ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยและมอบก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2538

โจทก์มิได้มีเจตนาจะโอนขายที่ดินพิพาทให้ ส.แต่ได้ทำพินัยกรรมขายเพียงเพื่อให้ ส. นำไปเป็นหลักทรัพย์ประกันเงินกู้ของธนาคารเท่านั้น นิติกรรมขายระหว่างโจทก์และ ส.จึงเป็นการแสดงเจตนาลวง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้