Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำแถลงรับของจำเลยซึ่งศาลจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายว่า เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องจริงก็ดี ไม่มีทรัพย์สินพอจะชำระหนี้โจทก์ได้ก็ดี หาใช่เป็นคำให้การตามมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ เมื่อจำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การและมิได้มีการสั่งให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ทั้งศาลก็ยังมิได้ดำเนินการพิจารณาคดีอย่างไร ต่อไปภายหลังที่จำเลยแถลงแล้ว หากจำเลยขอถอนคำแถลงต่อศาลนั้นเสียโดยอ้างว่าคำแถลงไปโดยผิดหลง จึงไม่ใช่เป็นการขอถอนคำให้การหรือแก้ไขคำให้การแต่อย่างใด เมื่อศาลเห็นสมควรให้จำเลยได้มีโอกาสต่อสู้คดีต่อไปตามกระบวนความก็อนุญาตได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขอกู้เงินเกินบัญชีของโจทก์และนำเงินเข้าบัญชีคืนรวมหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยเป็นเงิน ๑,๐๒๙,๕๖๘.๖๔ บาท โจทก์ทวงถามแล้วก็ไม่ชำระ จำเลยเป็นหนี้บุคคลอื่นอีกหลายราย โจทก์เห็นว่าจำเลยเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ศาลแพ่งส่งสำเนาฟ้องให้จำเลยและนัดพิจารณา ถึงกำหนดนัด ศาลจดรายงานพิจารณาว่า จำเลยขอรับในชั้นนี้ว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามฟ้องจริง ขอเวลาผ่อนปรนเพื่อหาทางชำระหนี้หรือตกลงกับโจทก์ โจทก์ยอม ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่า ที่จำเลยแถลงรับต่อศาลนั้น จำเลยหลงผิดไป บัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์จำเลยไม่ถูกต้อง

ความจริงจำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน ๑,๓๕๘,๓๗๖.๓๔ บาท ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดชอบ ต่อมาศาลสืบพยานโจทก์ ๑ ปาก แล้วมีคำสั่งงดสืบพยาน นัดฟังคำสั่ง ศาลแพ่งมีคำสั่งว่า จำเลยไม่ยื่นคำให้การ แต่ได้แถลงรับว่าเป็นหนี้โจทก์ ก็เท่ากับรับว่าเป็นหนี้ ที่จำเลยว่าแถลงรับไปเป็นการหลงผิด ก็เท่ากับขอถอนคำให้การและให้การใหม่เมื่อเวลาล่วงเลยมานานจน ๑ ปีเศษแล้ว จำเลยจะขอแก้ไม่ได้ ศาลแพ่งฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์กว่า ๑,๐๐๐ บาท เป็นหนี้แน่นอน จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ขอให้ศาลงดการพิจารณาเรื่อยมาเป็นเวลานานจนจำเลยตรวจสอบหลักฐานว่าโจทก์หักบัญชีผิด และได้ฟ้องเรียกร้องจากโจทก์แล้ว เป็นการขอสืบพิสูจน์ว่าจำเลยอาจชำระหนี้หรือหักหนี้กับโจทก์ได้ เหตุการณ์ทางคดีและฐานะของจำเลยเปลี่ยนไปแล้ว ควรให้โอกาสจำเลยได้มีเวลานำสืบพิสูจน์ต่อไป พิพากษายกคำสั่งศาลแพ่ง ให้รอคดีไว้ฟังผลคดีที่จำเลยฟ้องก่อนแล้วดำเนินกระบวนพิจารณา และมีคำสั่งหรือพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีล้มละลายตามมาตรา ๑๕๓ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย การพิจารณาคดีย่อมต้องบังคับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การที่จำเลยแถลงต่อศาลว่า จำเลยรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องจริงตามรายงานพิจารณาของศาลลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๐๒ ก็ดี กับแถลงว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินพอชำระหนี้โจทก์ได้ ปรากฎตามรายงานพิจารณาลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๐๒ ก็ดี คำแถลงของจำเลยนี้หาใช่เป็นคำให้การตามบทบัญญัติมาตรา ๑๗๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ คดีนี้จำเลยยังไม่ได้ยื่นคำให้การ และมิได้มีการสั่งให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแต่อย่างใด ฉะนั้น การที่จำเลยยื่นคำร้องว่า ที่จำเลยแถลงรับไว้นั้นเป็นการหลงผิดไป

ขอถอนเสียนั้น จึงหาใช่เป็นการถอนคำให้การหรือแก้ไขคำให้การไม่ เป็นแต่เพียงขอถอนคำแถลงที่ได้แถลงไว้ต่อศาลเท่านั้น การที่จำเลยแถลงต่อศาลแล้ว ศาลยัรงมิได้ดำเนินการพิจารณาคดีอย่างไรต่อไป ในระหว่างที่ศาลให้รอคดีอยู่นี้จำเลยได้มายื่นคำร้องว่าตนได้แถลงไปโดยหลงผิด ขอถอนคำแถลงนั้นเสีย โดยอ้างเหตุว่าบัญชีเดินสะพัดที่โจทก์ทำขึ้นเกี่ยวกับหนี้รายนี้ไม่ถูกต้อง โจทก์หักหนี้ผิดพลาด ซึ่งจำเลยก็ได้ฟ้องโจทก์เป็นคดีขึ้นแล้ว ที่ศาลเกี่ยวกันกับหนี้สินรายที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ อีกทั้งโจทก์เองก็ได้ดำเนินคดีอาญากัรบนายสัญญา ยมสมิต กรรมการผู้จัดการของโจทก์ อันมีข้อหาเกี่ยวพันอยู่กับหนี้สินรายนี้ด้วย เช่นนี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรให้จำเลยได้มีโอกาสสู้คดีต่อไปตามกระบวนความ ที่ศาลแพ่งสืบพยานโจทก์เพียงปากเดียว แล้วสั่งงดสืบพยานเสีย และชี้ขาดไปโดยไม่ให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำสั่งศาลแพ่งที่สั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเสีย ให้ศาลแพ่งดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ส่วนการที่จะรอคดีนี้ไว้เพื่อฟังผลของคดีดำที่ ๒๑๐๕/๒๕๐๓ นั้น เมื่อมีการพิจารณาใหม่ ก็ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลแพ่งว่าจะรอคดีหรือไม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายกิ่ง
ศาลิคุปต์ศาลอุทธรณ์ - นายหรุ่น แขวงโสภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2924/2531

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายและฟังคำสั่งศาลแทน ศาลไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยถอนตัวเพราะจำเลยยังไม่ทราบเรื่อง ให้ทนายจำเลยนำส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2528

การขออนุญาตยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคแรกแล้ว จำเลยที่ 2 จึงขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 96/2509

คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การเป็นการตั้งประเด็น จึงเป็นคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(5) เมื่อคู่ความยื่นคำร้องเข้ามา และศาลพิจารณามีคำสั่งคำร้องนั้นตามมาตรา 21(2), 181(1) โดยให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11161/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำละเมิดในช่วงระหว่างต้นปี 2552 ถึงเดือนกรกฎาคม 2553 แสดงว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนนับแต่วันทำละเมิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้