Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2203/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำกลฉ้อฉล โจทก์ได้บอกล้างนิติกรรมแล้ว ขอให้บังคับให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับไปจากโจทก์ ปรากฏจากคำแถลงของโจทก์ในวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาว่าโจทก์ทราบเหตุแล้วตั้ง 4-5 ปี แต่เพิ่งจะยกมาเป็นข้ออ้างในการบอกล้างนิติกรรมดังกล่าว จึงเป็นการพ้นเวลาที่จะบอกล้างได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 143 แล้ว ถือว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพอที่จะฟ้องอย่างคนอนาถาได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๕ โจทก์ได้เช่าซื้อรถยนต์โตโยต้าคราวน์จากจำเลย ๓ คัน ในราคาคันละ ๑๑๓,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อให้จำเลยแล้วคันละ ๒๕,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๗๕,๐๐๐ บาท ค่าทำทะเบียน ๓,๒๕๐ บาท และค่าประกันภัยอีก ๑๕,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน๙๓,๒๕๐ บาท จำเลยได้มอบรถให้โจทก์ครอบครองและออกหนังสือรับรองว่าใช้วิ่งได้ระหว่างกรุงเทพ-เชียงใหม่ ตามถนนสายเอเซียร่วมสองเดือนตามภาพถ่ายใบรับรองท้ายฟ้อง ต่อมาปรากฏว่ารถที่โจทก์เช่าซื้อไปทั้ง ๓ คันนั้นไม่สามารถวิ่งระหว่างกรุงเทพ-เชียงใหม่ได้ เพราะป้ายทดลองเครื่องที่ติดไปกับรถนั้นเป็นป้ายปลอม และจำเลยได้ขายรถทั้งสามคันนั้นให้แก่บริษัทคอมเมอร์เชี่ยลทรัสต์

จำกัดแล้ว คุณสมบัติดังกล่าวนี้จำเลยได้นิ่งเสียมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ ซึ่งหากโจทก์ทราบก็คงจะไม่ตกลงเช่าซื้อจากจำเลย การกระทำของจำเลยเป็นกลฉ้อฉล โจก์ได้มีหนังสือบอกล้างนิติกรรมเช่าซื้อรายนี้ไปยังจำเลยแล้วเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๒๑ ตามเอกสารท้ายฟ้อง จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยคืนเงินที่ได้รับไปจากโจทก์ในการเช่าซื้อทั้งหมดเป็นเงิน ๙๓,๒๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อไป ถึงวันฟ้องอีก ๘๗,๙๙๗.๑๒ บาท รวมเป็นเงิน ๑๘๐,๒๓๗.๑๒ บาท และให้จำเลยเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อไปในต้นเงิน ๙๓,๒๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายรวมเป็นเงินที่จำเลยต้องรับผิดใช้ให้โจทก์ทั้งสิ้น ๒,๑๙๔,๑๓๗.๑๒ บาท

พร้อมด้วยค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายความแทนโจทก์โดยที่โจทก์เป็นคนยากจนไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ จึงขออนุญาตศาลฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ศาลสอบคู่ความในวันนัดไต่สวนอนาถา โจทก์แถลงว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยว่าผิดสัญญาเช่าซื้อเกี่ยวกับรถยนต์รายนี้และเรียกค่าเสียหายมาแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง+คดีหมายเลขแดงที่ ๕๙๓๑/๒๕๑๗ ของศาลแพ่ง แต่คดีที่โจทก์ฟ้องใหม่นี้เป็นเรื่องกลฉ้อฉลและเรียกเงินที่โจทก์เสียไปกลับคืนพร้อมด้วยค่าเสียหาย จำเลยแถลงว่า เรื่องที่โจทก์กล่าวหาว่าเป็นกลฉ้อฉลนี้ โจทก์ได้ทราบมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ จึงขาดอายุความแล้ว เรื่องดอกเบี้ยก็ขาดอายุความแล้วเช่นกัน ส่วนคำขอเรื่องค่าเสียหายนั้นก็เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดง ๕๙๓๑/๒๕๑๗ ดังกล่าวแล้ว

ศาลขั้นต้นได้ฟังคู่ความและตรวจสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๕๙๓๑/๒๕๑๗ แล้วเห็นว่า คดีที่โจทก์ฟ้องใหม่นี้จึงไม่มีมูลจะฟ้องได้ ให้ยกคำร้องขอฟ้องอนาถาของโจทก์เสีย หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ให้ชำระค่าธรรมเนียมศาลภายในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๑ หากไม่ชำระศาลก็ไม่รับฟ้อง และให้จำหน่ายคดีในวันดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่าให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนต่อไปแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉันว่า คดีนี้โจทก์ฟ้งว่าจำเลยทำกลฉ้อฉลโดยนิ่งเสียไม่ใช่ข้อความจริงให้โจทก์ทราบว่าป้ายทดลองเครื่องเป็นป้ายปลอม ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้รถที่เช่าซื้อไปวิ่งระหว่างกรุงเทพ-เชียงใหม่ได้ และจำเลยได้ขายรถที่เช่าซื้อให้แก่บริษัทคอมเมอร์เชี่ยนทรัสต์ จำกัดแล้ว เห็นว่าปัญหาเรื่องป้ายทดลองเครื่องและเรื่องจำเลยขายรถให้บริษัทคอมเมอร์เชี่ยนทรัสต์ จำกัดที่โจทก์อ้างเป็นเหตุบอกล้างนี้ โจทก์ก็ทราบดีมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ เพราะโจทก์ได้เคยส่งอ้างเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์เป็นพยายในคดีหมายเลขดำที่ ๕๗๒๑/๒๕๑๖ ของศาลแพ่ง แต่โจทก์เพิ่งจะยกมาเป็นข้ออ้างในการบอกล้างนิติกรรมเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นเวลาล่วงเลยมานานถึง ๔-๕ ปี อันเป็นการพ้นเวลาที่จะบอกล้างได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๓ แล้ว ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมุลที่จะฟ้องอย่างคนอนาถาได้ จึงเป็นการชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องของฟ้องคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์เสียตามคำสั่งศาลชั้นต้น หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้ชำระค่าธรรมเนียมภายใน ๗ วัน มิฉะนั้นให้จำหน่ายคดีเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายพนม พ่วงภิญโญ
ศาลอุทธรณ์ - นายสมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2559

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 4,818,750 บาท พร้อมยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลกึ่งหนึ่ง เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จึงผูกพัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5591/2548

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล 1 ใน 2 ส่วน หากจำเลยที่ 3 ไม่เห็นพ้องด้วยก็ต้องอุทธรณ์คำสั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้