Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2208/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ทะเบียนรถยนต์มิได้เป็นหลักฐานแห่งกรรมสิทธิ์ในตัวรถยนต์แต่ก็เป็นเอกสารราชการสำคัญ และเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะยังประโยชน์ให้สามารถใช้สอยรถยนต์ได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย การที่จำเลยที่ 2ที่ 3 ซึ่งมีหน้าที่รับจดทะเบียนรถยนต์กระทำการโดยประมาทเลินเล่อรับจดทะเบียนรถยนต์โดยไม่ถูกต้อง ทำให้โจทก์ซึ่งซื้อรถยนต์ต่อมาโดยหลงเชื่อในสิทธิของผู้มีชื่อที่ปรากฏในทะเบียนรถยนต์ต้องได้รับความเสียหาย การรับจดทะเบียนรถยนต์ที่ไม่ถูกต้องจึงเป็นเหตุโดยตรงที่ก่อให้เกิดข้อผิดหลง และความเสียหายดังกล่าว โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อรถยนต์จากนายดำรงค์ชัย เจ๊ะสมอเจ๊ะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของโจทก์โดยนายทะเบียนยานพาหนะจังหวัดปัตตานี และแจ้งย้ายไปจังหวัดยะลา ต่อมาร้อยตำรวจตรีเวียง อ่อนจันทร์ ได้ยึดรถยนต์คันดังกล่าวของโจทก์ไปเป็นของกลางประกอบคดีอ้างว่า นายชัยรัตน์ รัตนกสิกร นำเอกสารปลอมเกี่ยวกับรถยนต์ไปยื่นขอจดทะเบียนต่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นเหตุทำให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ยอมจดทะเบียนและออกเอกสารใบคู่มือการจดทะเบียนให้โดยจำเลยที่ 2 ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ การรับจดทะเบียนรถยนต์พิพาทดังกล่าวของจำเลยที่ 2 ที่ 3 กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังไม่ตรวจสอบเอกสาร จึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 1มีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 2ที่ 3 เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนต่อมาเสียหาย

ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 150,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ได้ประมาทเลินเล่อไม่ได้รับจดทะเบียนรถยนต์พิพาทกับโจทก์และโจทก์มิได้รับโอนจากเจ้าของ โจทก์มิใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน150,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท แทนโจทก์จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยทั้งสามโดยกำหนดค่าทนายความรวม2,000 บาทโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ทะเบียนรถยนต์มิได้เป็นหลักฐานแห่งกรรมสิทธิ์ในตัวรถยนต์ก็จริง แต่คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องโดยตั้งข้อเรียกร้องในตัวกรรมสิทธิ์รถยนต์โดยอ้างทะเบียนรถยนต์ หากแต่ตั้งข้อเรียกร้องจำนวนเงินราคารถยนต์ที่โจทก์ได้ชำระไปเป็นความเสียหายอันเนื่องจากความหลงเชื่อในความถูกต้องแท้จริงของทะเบียนดังกล่าว ทะเบียนรถยนต์เป็นเอกสารราชการสำคัญเป็นที่รับรู้ถือปฏิบัติยอมรับกันทั่วไป และเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะยังประโยชน์ให้สามารถใช้สอยรถยนต์ได้โดยถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด การซื้อขายรถยนต์จะสำเร็จได้ประโยชน์บริบูรณ์ตามความประสงค์ของผู้ซื้อย่อมต้องอาศัยการรับโอนทะเบียนจากผู้มีชื่อปรากฏเป็นเจ้าของตามทะเบียนนั้นเป็นหลัก การตกลงและตัดสินใจยอมชำระค่ารถยนต์ที่ซื้อประชาชนย่อมอาศัยทะเบียนเป็นหลักฐานแห่งสิทธิของผู้ขาย

ดังนี้การที่โจทก์ชำระเงินค่ารถยนต์ไปจึงเกิดจากความหลงเชื่อในสิทธิของผู้มีชื่อที่ปรากฏในทะเบียนที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 จัดทำขึ้นดังกล่าว การรับจดทะเบียนรถที่ไม่ถูกต้องของจำเลยที่ 2 ที่ 3ตามฟ้อง จึงเป็นเหตุโดยตรงที่ก่อให้เกิดข้อผิดหลงและเป็นผลให้เกิดความเสียหาย โจทก์เป็นผู้เสียหายโดยตรงและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดได้ แล้วฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3กระทำโดยประมาทเลินเล่อ จำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 4,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย วิมลเศรษฐ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้