เนื้อความคำพิพากษา
ได้ความว่าเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินกู้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑๙๑ บาทกับดอกเบี้ยให้โจทก์ คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลว่าจำเลยยังมิได้ใช้เงินที่ศาลพิพากษาให้โจทก์ ขอให้ศาลหักเงินเดือนของจำเลยผ่อนใช้ให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระให้โจทก์แล้วแต่ใบรับเงินที่โจทก์ออกให้นั้นถูกไฟไหม้หมดแล้วจึงขอสืบพะยานแสดงว่าได้ชำระเงินให้โจทก์แล้วตามข้อต่อสู้ ศาลชั้นต้นไม่ยอมให้จำเลยสืบพะยาน ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าไม่มีกฎหมายใดบังคับว่าหนี้ที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาจะต้องนำมาชำระในศาลจะชำระนอกศาลก็ได้ และตาม ป.พ.พ.ม.๓๒๖ นั้นการชำระหนี้สิ้นเชิงให้สิทธิแก่ผู้ชำระหนี้ที่จะได้รับเวนคืนเอกสาร อันเป็นหลักฐานแห่งหนี้หรือขึดฆ่าเพิกถอนเอกสารนั้น หรือจะยึดใบรับเงินที่เจ้าหนี้ออกให้แทนก็ใช้ได้ ฉะนั้นจึงเห็นว่า คดีนี้จำเลยมีสิทธิตามมาตรา ๙๓ (๒) แห่งประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่จะขอสืบพะยานบุคคลแทนได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ผู้แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสีย