Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินเป็นหนังสือ เจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญาย่อมเห็นได้จากเอกสารหรือหนังสือนั้น ถ้าข้อความในสัญญาชัดแล้วย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการตีความการแสดงเจตนา และจะนำสืบพยานบุคคลว่าคู่สัญญามีเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าข้อความในสัญญาหาได้ไม่ หนังสือสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลาเช่าไว้แน่นอน 1 ปี ย่อมไม่อาจตีความว่าโจทก์จำเลยมีเจตนาอันแท้จริงที่จะต่ออายุสัญญาเช่ากันทุกๆ ปี ซึ่งบังคับโจทก์ให้เช่าได้ และข้อความในสัญญาเช่าที่ว่า "การต่ออายุสัญญาเช่า ผู้เช่าย่อมชำระค่าธรรมเนียมต่อสัญญาหรือทำสัญญาใหม่ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าเช่า 1 เดือน ต่อ 1 ปี" เพียงแต่กำหนด ว่าจำเลยจะยอมชำระค่าธรรมเนียมให้โจทก์ ในกรณีที่มีการต่ออายุสัญญาหรือทำสัญญาใหม่ ส่วนจะมีการต่ออายุสัญญา หรือทำสัญญาใหม่หรือไม่ อยู่ที่การตกลงระหว่างโจทก์จำเลย มิได้บังคับว่าโจทก์จะต้องยอมต่ออายุสัญญาเช่าให้แก่จำเลย จำเลยปลูกสร้างโรงเรือนลงในที่ดินซึ่งเช่าจากโจทก์ แม้จะปลูกสร้างโดยสุจริต ก็เป็นการปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่นโดยมีสิทธิ โรงเรือนนั้นไม่กลายเป็นส่วนควบของที่ดิน และมิใช่เป็นการสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310 โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า การที่โจทก์ไม่ยอมต่ออายุ สัญญาเช่าให้จำเลยและบอกเลิกสัญญาเช่า จะถือว่าเป็นการใช้ สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าและฟ้องขับไล่โดยไม่สุจริตไม่ได้ จำเลยฎีกาขอให้ยกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ดำเนินการชี้สองสถานและสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ มิได้ขอให้พิพากษาให้จำเลยชนะคดี ต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเพียงสองร้อยบาท ตาม ตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ 2 ก. จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ศาลฎีกาให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินโจทก์เพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัยต่อมาจำเลยประพฤติผิดสัญญาโดยปลูกสร้างอาคารในลักษณะการค้า โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่า ทั้งสัญญาเช่าก็สิ้นสุดลงแล้ว ขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินที่เช่าพร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาแต่โจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญา โดยจะต้องทำสัญญาเช่าให้จำเลยใหม่เป็นคราว ๆ ไปทุกปี จำเลยปลูกสร้างเรือนแถวครึ่งตึกครึ่งไม้จำนวน ๖ คูหา และเรือนครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลังโดยสุจริต ทำให้ราคาที่ดินของโจทก์เพิ่มขึ้นคิดเป็นเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ซึ่งได้กรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างต้องใช้ค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้ค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น ๖๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่าของโจทก์ พร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปและให้ยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์มีกำหนดเวลาเช่า ๑ ปี นับแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๑ในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๑๕๐ บาท โดยจำเลยจะใช้ที่ดินรายพิพาทเพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัยแต่อย่างเดียว ถ้าจะใช้เพื่อการอื่นจะต้องได้รับอนุญาตจากโจทก์เป็นหนังสือก่อน หลังจากทำสัญญาแล้วจำเลยได้ปลูกเรือนแถวครึ่งตึกครึ่งไม้ ๖ คูหา และเรือนครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลังลงในที่ดินรายพิพาท เมื่อครบกำหนดเวลาเช่า ๑ ปีตามสัญญา ไม่ได้มีการต่ออายุสัญญาเช่าหรือทำสัญญาเช่ากันใหม่ โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าและจำเลยได้รับหนังสือนั้นเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๒ จำเลยไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและส่งมอบที่ดินคืน โจทก์จึงฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๒๔

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์อันมีกำหนดไม่เกินสามปีนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๓๘ บัญญัติให้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ เมื่อโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินรายพิพาทไว้เป็นหนังสือ เจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญาก็ย่อมจะเห็นได้จากเอกสารหรือหนังสือนั้นเอง ถ้าข้อความในเอกสารมีทางที่จะแปลไปได้ จึงพึงต้องแปลให้เข้ากับเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญา โดยเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร ถ้าข้อความในสัญญาชัดแล้วย่อมไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่จะต้องมีการตีความการแสดงเจตนา ในกรณีเช่นนี้จะนำสืบพยานบุคคลเพื่อแสดงว่าคู่สัญญามีเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าข้อความในสัญญาที่ทำกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรหาได้ไม่ ที่จำเลยอ้างหนังสือสัญญาเช่าที่ดินรายพิพาท ข้อ ๒๑ เพื่อแสดงว่าโจทก์จำเลยมีเจตนาอันแท้จริงที่จะต่ออายุสัญญาเช่ากัน ทุกปีนั้น สัญญาข้อ ๒๑ มีข้อความว่า "การต่ออายุสัญญาเช่า ผู้เช่ายอมชำระค่าธรรมเนียมต่อสัญญาหรือทำสัญญาใหม่ในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าเช่า ๑ เดือนต่อ ๑ ปี"

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อสัญญาดังกล่าวเพียงแต่กำหนดว่าจำเลยยอมจะชำระค่าธรรมเนียมให้โจทก์ในกรณีที่มีการต่ออายุสัญญาหรือทำสัญญาใหม่ ส่วนจะมีการต่ออายุสัญญาหรือทำสัญญาใหม่หรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงกันระหว่างคู่สัญญา หาได้บังคับว่าโจทก์จะต้องยอมต่ออายุสัญญาเช่าให้จำเลยแต่อย่างใดไม่ เมื่อหนังสือสัญญาเช่าที่ดินรายพิพาทมีกำหนดเวลาเช่าไว้แน่นอน ๑ ปีย่อมไม่อาจตีความว่าโจทก์จำเลยมีเจตนาอันแท้จริงที่จะต่ออายุสัญญาเช่ากันทุก ๆ ปีซึ่งบังคับโจทก์ได้ จำเลยปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างลงในที่ดินรายพิพาทซึ่งเช่าจากโจทก์ ถึงแม้จำเลยจะปลูกสร้างโดยสุจริต ก็เป็นการปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่นโดยมีสิทธิ สิ่งปลูกสร้างนั้นไม่กลายเป็นส่วนควบของที่ดิน

จำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง กรณีเช่นนี้มิใช่เป็นการสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๑๐ อันจะมีสิทธิบังคับให้โจทก์ในฐานะเจ้าของที่ดินใช้ค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นได้ โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยตามที่โจทก์มีสิทธิ การที่โจทก์ไม่ยอมต่ออายุสัญญาเช่าให้จำเลย จะอ้างว่าโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่สุจริต และฟ้องขับไล่โดยไม่สุจริตหาได้ไม่ แต่ตามฎีกาของจำเลย จำเลยขอเพียงให้ยกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการชี้สองสถานและพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีหาได้ขอให้พิพากษาให้จำเลยชนะคดีไม่ จำเลยควรเสียค่าขึ้นศาลเพียงสองร้อยบาทตามตาราง ๑ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ ๒(ก) ปรากฏว่าจำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าขึ้นศาลที่จำเลยเสียเกินมาในชั้นฎีกาให้คืนแก่จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ประสาท บุณยรังษี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสังเวียน รัตนมุง
ศาลอุทธรณ์ - นายเปลื้อง วัฑฒนาธร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6247/2540

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยที่สั่งให้โจทก์ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารพิพาท โดยจำเลยอ้างเหตุว่าส่วนที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นมีการดัดแปลงต่อเติมโดยไม่ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9158/2539

ตามคำฟ้องคำให้การคดีฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจาก ส.เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2532 และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้ว จำเลยให้การเพียงว่าจำเลยครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทมากกว่า 10 ปี แล้ว มิได้ให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2539

ในชั้นชี้สองสถาน จำเลยยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาท 2 ประเด็น คือ 1. โจทก์ให้คำมั่นจะให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทต่อไปอีก 6 ปี หรือไม่ 2. โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยหรือไม่ แต่ศาลชั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2533

จำเลยเช่าที่ดินของ ห. มีกำหนด 10 ปี โดยทำสัญญาเป็นหนังสือแต่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงมีผลบังคับกันได้เพียง 3 ปี ที่จำเลยให้การว่ากำหนดเวลาเช่าที่เกินกว่า 3 ปีเป็นคำมั่นซึ่งมีผลบังคับ ห.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2533

สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกำหนดอัตราค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาทเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่า 1 ปีแล้ว จำเลยผู้เช่ายังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง จึงถือว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเช่าใหม่ต่อไปโดยไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้