Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 22144)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ 1 กำหนดว่า ถ้าบริษัทเลิกจ้างโดยพนักงานไม่มีความผิด จะจ่ายเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยตามข้อบังคับฯ ข้อ 9.9 ทั้งหมดแทนเงินค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และหากเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยที่คำนวณไว้ตามข้อ 9.9 มีจำนวนน้อยกว่าเงินค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46บริษัทก็จะจ่ายเพิ่มให้เท่ากับเงินค่าชดเชยตามประกาศหรือกฎเกณฑ์ของทางราชการเพียงอย่างเดียวเช่นกัน มีความหมายว่า หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จมีจำนวนน้อยกว่าค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน แล้ว ลูกจ้างก็คงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จด้วย ดังนั้นเมื่อโจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จน้อยกว่าค่าชดเชยที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน และโจทก์ได้รับค่าชดเชยไปถูกต้องแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจากจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับดังกล่าวอีก.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุไม่เป็นธรรมขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมกับใช้ค่าเสียหายในระหว่างเลิกจ้างให้แก่โจทก์ หากรับกลับเข้าทำงานไม่ได้ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายและเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกิดวิกฤติการณ์ราคาดีบุกตกต่ำทั่วโลก ทำให้จำเลยประสบภาวะการขาดทุนอย่างมาก ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานได้วินิจฉัยอุทธรณ์ในเรื่องเงินบำเหน็จว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่1 ข้อ 9.9 และ ข้อ 9.9.1 จำเลยที่ 1 จะต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ด้วย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกคำขอของโจทก์ข้อนี้จึงไม่ชอบพิเคราะห์แล้ว ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ 1 มีข้อกำหนดไว้ในข้อ 9.9 ว่า"9.9 เงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยบริษัทจะเริ่มคำนวณเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยให้พนักงานที่ทำงานมาครบ 6 เดือน (180 วัน) ในอัตรา 7 เปอร์เซ็นต์ ของอัตราค่าจ้างมูลฐานตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้9.9.1 บริษัทจะจ่ายให้ทั้งหมดเมื่อเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดหรือครบเกษียณอายุ ถ้าบริษัทเลิกจ้างโดยพนักงานไม่มีความผิดจะจ่ายเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยตามข้อ 9.9 ทั้งหมดแทนเงินค่าชดเชยตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 4เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และหากเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยที่คำนวณไว้ตามข้อ 9.9 มีจำนวนน้อยกว่าเงินค่าชดเชยตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 46 บริษัทก็จะจ่ายเพิ่มให้เท่ากับเงินค่าชดเชยตามประกาศหรือกฎเกณฑ์ของทางราชการเพียงอย่างเดียวเช่นกัน ฯลฯ" จากข้อกำหนดดังกล่าวในข้อ 9.9.1ตอนท้ายจึงมีความหมายว่า หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จมีจำนวนน้อยกว่าค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานแล้วลูกจ้างก็คงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จด้วย สำหรับกรณีของโจทก์ข้อเท็จจริงได้ความตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า

โจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จน้อยกว่าค่าชดเชยที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และโจทก์ได้รับค่าชดเชยไปถูกต้องแล้ว ดังนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจากจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับฉบับดังกล่าวอีกได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 48699)

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นข้อตกลงระหว่างจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างกับลูกจ้างของจำเลยเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นใดอันเกี่ยวกับก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2062/2545

โจทก์ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ให้พนักงานทั่วไปทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน และมีวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วัน คือวันอาทิตย์ การที่โจทก์ให้พนักงานบางแผนกหยุดสลับกันในวันเสาร์โดยมิได้ประกาศหรือมีคำสั่งว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2544

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย มีสภาพเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อบริษัทจำเลยได้มีประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงการลงโทษทางวินัยลูกจ้างที่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหนักขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ ซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 98438)

แม้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างจะกำหนดจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันสิ้นเดือนของทุกเดือนก็ตาม แต่การที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างก่อนวันสิ้นเดือน 1 วัน เป็นประจำตลอดมา ย่อมถือได้ว่านายจ้าง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้