Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2219/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนโดยอาศัยเหตุว่าจำเลยที่ 1 มิใช่สามีของนาง จ. เจ้ามรดก ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีถึงที่สุดว่านาง จ. และจำเลยที่ 1 ยังเป็นสามีภรรยากัน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้เป็นผู้สืบสันดานของนาง จ. จึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนาง จ. แต่ฟ้องโจทก์ขาดอายุความมรดกส่วนคดีนี้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนโดยอาศัยเหตุว่าจำเลยที่ 1 ถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนาง จ. เนื่องจากจำเลยที่ 1 ปิดบังซ่อนเร้นเพื่อมิให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ได้รับมรดกของนาง จ. เหตุที่ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนจึงเป็นคนละเหตุกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นทายาทของนางเจริญเจ้ามรดก มีสิทธิรับมรดกของนางเจริญโจทก์ที่ 5 ได้รับที่ดินมรดกในทางศาสนาเนื้อที่ 1 ไร่จำเลยที่ 1 ได้กระทำโดยไม่สุจริตโดยแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานว่านางเจริญไม่มีทายาทจะรับมรดกนอกจากตนเจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นมรดกของนางเจริญให้จำเลยที่ 1 และในวันเดียวกันนั้นเองจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนยกให้โดยเสน่หาซึ่งที่ดินนั้นให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วต่อมามีการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินออกเป็น 3 แปลงและจำเลยที่ 2 สมคบกับจำเลยที่ 4 จดทะเบียนขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 5 ให้แก่จำเลยที่ 4 จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้ถูกกำจัดมิให้รับมรดกรายนี้และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว

ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถูกกำจัดมิให้รับมรดกที่ดินทั้งหมดให้จำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 จดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำนวนเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 14 ตารางวาให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ที่ 5 จำนวนเนื้อที่ 1 ไร่ในฐานะโจทก์ที่5 ครอบครองปรปักษ์หากจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน

จำเลยทั้งสี่ให้การว่านางปุ้ยได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 5 ให้นางเจริญและโจทก์ที่ 3 ถือกรรมสิทธิ์ร่วมส่วนบุตรคนอื่นได้รับเงินจากนางเจริญและโจทก์ที่ 3 เป็นที่พอใจจึงไม่มีชื่อร่วมอยู่ในโฉนดนางเจริญและโจทก์ที่ 3 ได้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ร่วมกันนางเจริญได้ที่ดินโฉนดเดิมเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 14 ตารางวานางปุ้ยมิได้ยกที่ดินให้นางเจริญโดยเสน่หา เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 14ตารางวาและมิได้ยกที่ดินให้โจทก์ที่ 5 เพื่อเป็นสุสานฝังศพจำนวนเนื้อที่ 1 ไร่จำเลยที่ 2 และที่ 4 ไม่ได้สมคบกระทำการไม่สุจริตจำเลยที่ 4 รับซื้อฝากโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนเป็นเงินประมาณ 100,000 บาทจำเลยที่ 1 ไม่ได้แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเพื่อปิดบังทรัพย์มรดกเป็นของตนเอง

โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 12684/2521 ของศาลชั้นต้นซึ่งศาลได้วินิจฉัยถึงที่สุดแล้วว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ 1 ปีทั้งฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งห้าอุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตายโจทก์ที่ 3 ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ที่ 2 ผู้มรณะศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งห้าฎีกา ศาลวินิจฉัยว่าในปัญหาที่ว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ฟ้องคดีนี้ซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 12684/2521 ของศาลชั้นต้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 หรือไม่นั้นเห็นว่าในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 12684/2521 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยทั้งสี่โดยอาศัยเหตุว่าจำเลยที่ 1 ได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากับนางเจริญเจ้ามรดกก่อนที่นางเจริญจะถึงแก่ความตายจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ทายาทของนางเจริญและจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจจดทะเบียนยกกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทั้งจำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 4

ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีถึงที่สุดว่านางเจริญและจำเลยที่ 1 ยังเป็นสามีภรรยากันจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้เป็นผู้สืบสันดานของนางเจริญจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนางเจริญ แต่ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะนำคดีมาฟ้องพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่นางเจริญถึงแก่ความตายแต่คดีนี้โจทก์ที่ 1ถึงที่ 4 ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยทั้งสี่โดยอาศัยเหตุว่าจำเลยที่ 1 ถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนางเจริญเนื่องจากจำเลยที่ 1 แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่านางเจริญไม่มีทายาทอื่นการกระทำของจำเลยที่ 1 มุ่งประสงค์โดยตรงจะปิดบังซ่อนเร้นเพื่อมิให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ได้รับมรดกของนางเจริญอันเป็นการปิดบังมรดกเกินกว่าส่วนของจำเลยที่ 1 จะได้รับจำเลยที่ 1จึงไม่มีสิทธิโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 ได้จดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทให้จำเลยที่4 โดยจำเลยที่ 4 รู้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจริตจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทคดีโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ขาดอายุความ

ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนโดยอาศัยเหตุว่าจำเลยที่ 1 ถูกกำจัดมิให้ได้มรดกของนางเจริญจึงไม่ซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 12684/2521ที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนโดยอาศัยเหตุว่าจำเลยที่ 1 มิใช่สามีของนางเจริญเจ้ามรดก โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ฟ้องคดีนี้ได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 ส่วนปัญหาฟ้องของโจทก์ที่ 5 ขาดอายุความหรือไม่นั้นเห็นว่าหากคดีนี้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ถูกกำจัดมิให้รับมรดกแล้วจำเลยที่ 1 ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกของนางเจริญและไม่อาจที่จะถือประโยชน์ยกอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 มายันโจทก์ที่ 5 ได้ไม่ควรด่วนวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ที่ 5 ขาดอายุความแล้วสมควรที่จะฟังข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความก่อนจึงจะวินิจฉัย แต่โดยเหตุที่ศาลล่างยังมิได้วินิจฉัยประเด็นข้ออื่นอีกหลายข้อ จึงเห็นควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปความ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · อำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10865/2558

คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้พิพากษาว่า การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้จำเลยที่ 5 เพิกถอน ส.ป.ก. 4 - 01 สำหรับที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11229/2553

มูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามในคดีนี้เป็นมูลหนี้เดียวกันกับมูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 13509/2545 ของศาลชั้นต้นโดยเป็นการฟ้องเรียกให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามเช็คทั้งเจ็ดฉบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5279/2548

เดิม ส. เคยฟ้องโจทก์ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีอากร คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบหรือไม่ และเป็นประเด็นที่ศาลในคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ต่อมา ส. ถึงแก่ความตาย ส่วน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267961)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณอุทยานประวิติศาสตร์ศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ของกรมศิลปากรโจทก์ที่ 2 และเป็นกรรมสิทธิ์ของก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2546

คดีแรกโจทก์เคยฟ้องจำเลยขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิรวมในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นสินสมรสแล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่าจะนำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสินสมรสไป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้