Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2220/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1ไม่จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ โจทก์จึงใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 โอนที่ดินแปลงอื่นของตน จำนวน 3 แปลงให้จำเลยที่ 2 การที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 2ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 โอนที่ดินเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของตน ตาม สัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทได้ รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 เพราะหนี้ที่โจทก์ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลนั้น เป็นเรื่องที่ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ตาม สัญญาจะซื้อขายเท่านั้นไม่เกี่ยวกับที่ดินจำนวน 3 แปลงดังกล่าว ทนายโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 เท้าความถึงกรณีที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดิน แต่ไม่สามารถจดทะเบียนโอนขายได้เพราะมีเหตุขัดข้องเนื่องมาจากฝ่ายจำเลยที่ 1 ตอนท้ายของหนังสือดังกล่าวมีข้อความว่า "หากไม่ได้รับการติดต่อ นัดหมายโอนที่ดินดังกล่าวภายใน 7 วัน... ข้าพเจ้าก็มีความเสียใจที่จะดำเนินการกับท่านตามกฎหมายต่อไป..." หนังสือดังกล่าวไม่มีข้อความหรือไม่อาจแปลได้ว่าโจทก์จะฟ้องให้จำเลยที่ 1 คืนเงินมัดจำพร้อมกับเรียกค่าเสียหาย ฟังไม่ได้ว่าโจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมกับชดใช้ค่าเสียหาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ราคา ๒๔๐,๐๐๐ บาท ได้รับเงินมัดจำไปแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในวันทำสัญญาตกลงโอนกรรมสิทธิ์ภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๒๙ ถึงกำหนดไม่สามารถโอนที่ดินได้ เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียม วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๙

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ต่อศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ ๑ โอนที่ดินแปลงนี้ให้ หลังจากนั้นวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๒๙ จำเลยที่ ๑ โอนที่ดินของตน ๓ แปลง นอกเหนือจากที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๒ จำเลยทั้งสองทราบว่าโจทก์ใช้สิทธิทางศาลฟ้องจำเลยที่ ๑ ให้โอนที่ดิน และใช้ค่าฤชาธรรมเนียม การกระทำของจำเลยทั้งสองมีเจตนาทุจริตเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๑ ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งโจทก์ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้แล้ว เป็นการโกงเจ้าหนี้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐, ๘๓ และ ๙๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของโจทก์มีว่า คดีมีมูลหรือไม่ เห็นว่าที่จำเลยที่ ๑ โอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๗๔๘ และ ๔๗๕๐กับที่ดินตาม น.ส.๓ก. เลขที่ ๔๘๙ รวม ๓ แปลง ให้แก่จำเลยที่ ๒ นั้น ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ โอนที่ดินให้แก่จำเลยที่ ๒เพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๑ ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ เหตุเพราะว่าหนี้ที่โจทก์ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ให้แก่โจทก์นั้น เป็นเรื่องที่ให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๖๖ ให้แก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับที่ดิน ๓ แปลงที่จำเลยที่ ๑ โอนให้จำเลยที่ ๒ ไปดังกล่าว

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ทราบข้อความตามหนังสือบอกกล่าวของโจทก์เอกสารหมาย จ.๖ ว่า โจทก์จะใช้สิทธิทางศาลให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายกับเรียกค่าเสียหายและหากไม่สามารถบังคับให้จำเลยที่ ๑ โอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายได้โจทก์ก็จะต้องฟ้องให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินค่าที่ดินที่ได้รับไปแล้วจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งเรียกให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง กับจำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์นั้นศาลฎีกาพิเคราะห์เอกสารหมาย จ.๖ แล้ว ปรากฏว่าเป็นหนังสือของทนายความผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ เท้าความถึงกรณีที่โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดิน แต่ไม่สามารถจดทะเบียนโอนขายกันได้ ซึ่งทนายความผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ถือว่าเหตุขัดข้องเนื่องมาจกาฝ่ายจำเลยที่ ๑ และตอนท้ายของหนังสือมีข้อความแต่เพียงว่า

"หากไม่ได้รับการติดต่อนัดหมายโอนที่ดินดังกล่าวภายใน ๗ วันนับแต่วันได้รับหนังสือนี้ ข้าพเจ้าก็มีความเสียใจที่จะต้องดำเนินการกับท่านตามกฎหมายต่อไป หวังว่าคงได้รับความร่วมมือด้วยดี" เท่านั้น ไม่มีข้อความหรือไม่อาจแปลได้ว่าโจทก์จะฟ้องให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินมัดจำพร้อมกับเรียกค่าเสียหายดังที่โจทก์ฎีกา ฟังไม่ได้ว่าโจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินมัดจำพร้อมกับให้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ และให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมในการดำเนินคดีแทนโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ โอนที่ดินรวม ๓แปลง ให้แก่จำเลยที่ ๒ ไม่มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๐ และพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดระยอง - นายวิเทพ พัชรภิญโญพงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ ศรีสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7430/2568

จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์พิพาท ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2567

เดิมโจทก์ใช้ชื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นชื่อคู่ความ ต่อมาแก้ฟ้องใช้ชื่อ ส. กับพวก ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทนกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นคู่ความแทน เมื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไม่เป็นบุคคลตาม ป.พ.พ. จึงไม่สามา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4675/2565

อุทธรณ์ข้อหนึ่งของโจทก์ร่วมโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า โจทก์ร่วมยังเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามข้อตกลงระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลย เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2563

หนี้ของโจทก์เกิดขึ้นก่อนที่จำเลยจะถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โจทก์จึงต้องยื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2563

จำเลยที่ 2 จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยที่ 1 จากเดิมเลขที่ 286 ไปอยู่ที่ใหม่ แล้วจำเลยที่ 4 จดทะเบียนจัดตั้งจำเลยที่ 3 ขึ้นมาโดยใช้สำนักงานแห่งใหญ่เดิมของจำเลยที่ 1 เป็นที่ตั้งสำนักงาน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้