Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2223/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้หากศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจนเสร็จสำนวนจะต้องพิพากษายกฟ้องเพราะเหตุโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ถูกต้องก็ตาม แต่การพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยเหตุดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับประเด็นในเนื้อหาแห่งคดี จึงไม่เป็นการต้องห้ามมิให้คู่ความรื้อร้องฟ้องกันอีก ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จึงหามีผลทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดีไม่และเมื่อการอนุญาตให้ถอนฟ้องมีเหตุอันสมควร ฟ้องแย้งย่อมตกไป.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินราชพัสดุโฉนดตรวจจองที่ 28 ทะเบียนราชพัสดุที่ 35864 และอาคารราชพัสดุบนที่ดินแปลงดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2521 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินและอาคารราชพัสดุดังกล่าวจากโจทก์เพื่ออยู่อาศัยและประกอบการค้า เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว โจทก์ไม่ต่อสัญญาให้เพียงแต่ยินยอมให้จำเลยอยู่อาศัยใช้ประโยชน์ในที่ดินและอาคารเป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2528 เท่านั้น ต่อมาปี2529-2530 จำเลยขอต่อสัญญาเช่าอีก แต่โจทก์ปฏิเสธ จำเลยจึงนำเงินค่าเช่าที่ดินและอาคารจำนวนปีละ 4,444 บาท ไปวางที่สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 2 เพื่อให้โจทก์ไปรับชำระ แต่โจทก์ปฏิเสธให้ส่งคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลย และมีหนังสือแจ้งให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและอาคารภายในวันที่ 12ธันวาคม 2531 จำเลยทราบแล้วแต่เพิกเฉย

ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและอาคารราชพัสดุดังกล่าวจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุกับกรมธนารักษ์ เมื่อปี 2521 แต่ได้อยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี 2500โจทก์ตกลงจะให้จำเลยเช่าที่พิพาทนาน 30 ปี แต่ให้ทำสัญญาเช่ากันครั้งและ 1 ปี ไปจนกว่าจะครบ 30 ปี และให้อาคารสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยปลูกลงในที่พิพาทตกเป็นของโจทก์ โดยจำเลยจะเป็นผู้ออกค่าก่อสร้างอาคารเองทั้งสิ้น สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดา จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทจนกว่าจะครบ 30 ปี คือ 2551 ขอให้ยกฟ้อง และให้โจทก์ไปจดทะเบียนสิทธิการเช่าที่พิพาทให้จำเลยจนถึงปี 2551 หรือครบกำหนด 30 ปี หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยตกลงจะให้จำเลยเช่าที่พิพาทได้นาน 30 ปี การที่จำเลยถมดินที่พิพาท ก่อสร้างอาคารต่อเติมอาคารทำประตูเหล็ก นั้น จำเลยกระทำไปโดยพลการ โดยไม่มีสิทธิ ขอให้ยกฟ้องแย้งก่อนวันชี้สองสถาน

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยคัดค้านว่า โจทก์ขอถอนฟ้องภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบเพราะมูลเหตุในการถอนฟ้องเนื่องจากหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ถูกต้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ซึ่งจำเลยให้การต่อสู้ไว้แล้วว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง เนื่องจากจำเลยยังมิได้เสียค่าขึ้นศาลในการฟ้องแย้ง คำสั่งรับฟ้องแย้งแต่แรกเป็นการสั่งโดยผิดหลงจึงแก้ไขคำสั่งเป็นไม่รับฟ้องแย้ง จำหน่ายคดีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว จำเลยฎีกาว่าหากศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ตลอดไปจนเสร็จสำนวนต้องพิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง มีผลให้ คดียุติโดยโจทก์ฟ้องจำเลยอีกไม่ได้เพราะเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ที่โจทก์ขอถอนฟ้องก็เพื่อตั้งรูปคดีมาฟ้องใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจึงทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลชั้นต้นจะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ต่อไปจนเสร็จสำนวนและพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยเหตุโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ดังที่จำเลยฎีกาก็ตามแต่การพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยเหตุดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับประเด็นในเนื้อหาแห่งคดี จึงไม่เป็นการต้องห้ามมิให้คู่ความรื้อร้องฟ้องกันอีกตามบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจึงชอบแล้วหามีผลทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดีใหม่ ส่วนฎีกาจำเลยที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งนั้น เมื่อการอนุญาตให้ถอนฟ้อง มีเหตุอันสมควรดังได้วินิจฉัยแล้วข้างต้น ฟ้องแย้งย่อมตกไป ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7265/2544

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่าจำเลยตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์มีการทำสัญญาเช่าและต่อสัญญาเช่าหลายครั้งต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8324/2560

ป.วิ.พ. มาตรา 175 ไม่ได้ระบุให้โจทก์ต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในระหว่างการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว โดยจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี เป็นการใช้สิทธิขอถอนฟ้องต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2559

จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีหมายเลขแดงที่ 2572/2550 ของศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 1 แม้จะเป็นผู้ร้องในคดีดังกล่าว แต่เมื่อคดีดังกล่าวศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะจำเลยที่ 1 ทิ้งคำร้องขอ จึงย่อมมีผลเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6312/2558

โจทก์ขอถอนฟ้องคดี ภายหลังจำเลยที่ 1 และที่ 5 ยื่นคำให้การแล้ว ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง บัญญัติว่า "...ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ (1) ห้ามไม่ให้ศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5477/2558

การถอนฟ้องภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เพียงแต่บัญญัติให้ศาลฟังจำเลยเท่านั้น มิได้บัญญัติห้ามไม่ให้ศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้