Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 224/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หน้าที่นำสืบ ผู้ใดต่อสู้ว่าตนจะไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายแล้ว มีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมข้อต่อสู้คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้ว่ากระทำไปโดยถูกบังคับขู่เข็ญตามมาตรา 49 นั้นเป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบให้ได้ความว่า จำเลยอยู่ในที่บังคับแลใต้อำนาจที่ไม่สามารถจะขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงได้ แลไม่มีเจตนาชั่วร้ายกระทำไปเพื่อป้องกันตัวเองหรือหรือผู้อื่นให้พ้นภยัน่ตรายอันร้ายแรงซึ่งจำเลยมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเองแลจะป้องกันด้วยอุบานอย่างอื่นก็ไม่ได้ แลในข้อเหล่านี้ได้ทำไปโดยไม่เกินกว่าเหตุด้วย จำเลยจึงจะได้ยกเว้นโทษตาม ม.49

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าเดิมโคของ พ.ถูกผู้ร้ายลักไปฆ่า จำเลยถูกกำนันจับส่งไปยังอำเภอฐานสงสัยว่าเป็นพรรคพวกกับ ล. ในการลักโครายนี้ ชั้นอำเภอไต่สวนจำเลยให้การว่าจำเลยเห็น ล.กับพวกลักโครายนี้ไปฆ่า ในการไต่สวนนี้กำนันเป็นแต่ผู้นั่งอยู่ด้วยเท่านั้น ครั้นจำเลยไปเบิกความต่อศาลกลับว่าไม่รู้เห็นว่าใครเป็นผู้ร้ายรายนี้ โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๑๘ จำเลยต่อสู้ว่าได้ทำไปโดยถูกกำนันบังคับขู่เข็ญให้ให้การเช่นนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยให้การต่อสู้คดีดังนี้ จำเลยจะต้องสืบให้ได้ความว่า จำเลยตกอยู่ในที่บังคับแลใต้อำนาจที่ไม่สามารถจะขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงได้ แลไม่มีเจตนาชั่วร้ายกระทำไปเพื่อป้องกันตัวเองหรือผู้อื่นให้พ้นภยัน่ตรายอันร้ายแรงซึ่งจำเลยมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเองแลจะป้องกันภยันตรายนั้นด้วยอุบายอย่างอื่นไม่ได้ แลในข้อเหล่านี้ไม่ปรากฎว่าจำเลยทำเกินสมควรกว่าเหตุ จำเลยจึงจะได้รับความยกเว้นโทษตาม ม.๔๙ แต่คดีนี้ยังเรียกไม่ได้ว่าจำเลยอยู่ในที่บังคับแลใต้อำนาจที่ตนไม่สามารถขัดขืนหือหลีกเลี่ยงได้ เพราะจำเลยจะให้การตามจริงต่อหน้าอำเภอไต่สวนก็ได้ กำนันจะทำอะไรแก่จำเลยได้ แลข้อที่ว่าจำเลยต้องทำเพื่อป้องกันตัวเองในการที่กล่าวหา ล.เพื่อให้จำเลยเองพ้นผิดไปนั้นก็ฟังไม่ได้ แลการที่จำเลยให้การเท็จต่ออำเภอนั้นเป็นเหตุให้ ล.ถูกฟ้องในคดีอาชญา จำเลยต้องมีผิดตาม ม.๑๑๘ ให้จำคุก ๑ เดือน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลางกูร · มนธา · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้