Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2243/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ค้ำประกันหลายคนที่เข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันซึ่งจะต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมนั้นไม่จำต้องเข้าเป็นผู้ค้ำประกันพร้อมกัน จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 2 เข้าเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2521 จำเลยที่ 3เข้าเป็นผู้ค้ำประกันเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2524 โดยจำเลยที่ 3ค้ำประกันย้อนไปตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 เข้าทำงาน การที่จำเลยที่ 1ปฏิบัติงานในทางการที่จ้างทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย 6 ครั้งความเสียหายดังกล่าวถือว่าเป็นหนี้รายเดียวกัน จำเลยที่ 2 และที่ 3จึงต้องรับผิดต่อโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของโจทก์ จำเลยที่ 2และจำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ในวงเงินคนละ 15,000 บาท เมื่อระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2522 ถึงวันที่10 ธันวาคม 2525 จำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามทางการที่จ้างทำให้โจทก์และผู้อื่นได้รับความเสียหายรวม 6 ครั้ง เป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 21,000 บาท โจทก์ในฐานะนายจ้างได้จ่ายค่าเสียหายดังกล่าวแทนจำเลยที่ 1 ไปแล้ว และได้รับชดใช้จากจำเลยที่ 1 บางส่วนขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินจำนวน18,055.25 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ชดใช้เงินคนละ15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ศาลให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน18,055.25 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้อง (วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2536) จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "...ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า ที่ศาลแรงงานกลางให้จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันรับผิดชดใช้เงินจำนวน 15,000 บาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสอง นั้นชอบหรือไม่พิเคราะห์แล้ว แม้จำเลยที่ 2 จะทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.5เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2521 ส่วนจำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.6 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2524 และความเสียหายที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายบางส่วนตามเอกสารหมาย

จ.7 จ.9 จะเกิดขึ้นก่อนจำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.6 ก็ตาม แต่ในสัญญาเอกสารหมาย จ.6 ข้อ 1. มีว่า"เมื่อนายบุตร ไทยสง ได้เข้าทำงานในองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ไม่ว่าองค์การฯ จะบรรจุนายบุตร ไทยสง เข้าทำงานในตำแหน่งใดหน่วยงานใดขององค์การฯ) แล้ว ภายหลังได้หลบหลีกหนีหายไป หรือได้ฉ้อโกง ยักยอกหรือทำให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้รับความเสียหายด้วยประการใด ๆ ก็ดี ข้าพเจ้ายินยอมชดใช้หนี้สินหรือความเสียหายแทนนายบุตร ไทยสง เป็นจำนวนเงินไม่เกิน15,000 ฯลฯ" อันเป็นการค้ำประกันย้อนไปตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1เข้าทำงานกับโจทก์ เช่นเดียวกับ จำเลยที่ 2 ซึ่งทำสัญญาค้ำประกันไว้กับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.5 หนี้ที่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3ค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.5 และจ.6 จึงเป็นหนี้รายเดียวกันแม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ค้ำประกันรวมกันก็ต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสอง คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร ทองประยูร · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้