คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยพกปืนเมาเซอร์ขนาดเล็กซึ่งจำเลยมีไว้โดยได้รับอนุญาตไปตามถนนหลวงแลที่ประชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จำเลยแก้ตัวว่าพกไปเพื่อป้องกันชีวิตร์และทรัพย์ เพราะจำเลยมีเงินไป ๑๓๐๐ บาทเศษเพื่อหาซื้อของ ศาลเดิมฟังว่าปืนไม่ได้บรรจุกะสุนเป็นเพียงอาวุธไม่ใช่สาตราวุธ ให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ ข้อ ๒ ที่แก้ไขเปลี่ยนแปลง ร.ศ.๑๒๙ ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยพกปืนบรรจุกะสุนและวินิจฉัยว่าแม้จำเลยเก็บกะสุนปืนไว้คนละกะเป๋าเสื้อก็ดี จำเลยก็อาจเอาใส่กันเข้าแล้วยิงได้ คงได้ชื่อว่าพกปืนไปดุจกัน ส่วนคำว่า "อาวุธ" และ "สาตราวุธ" ไม่มีความหมายต่างกันตามกฎหมายลักษณอาญา ในกรณ๊เช่นนี้เมื่อจำเลยไม่ขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายแล้วจำเลยจะอ้างข้อป้องกันตัวและทรัพย์ไม่ได้จึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ นข้อที่จะหลดพน