Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ซื้อรถยนต์โดยสุจริตจากส. ซึ่งเป็นพ่อค้าขายของชนิดนั้นโจทก์ย่อมมีสิทธิครอบครองรถยนต์ในฐานะผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จำเลยไม่ได้ชดใช้ราคารถยนต์ที่ซื้อมาจึงไม่มีสิทธิติดตามเอาคืนจากโจทก์พิพากษาให้จำเลยเพิกถอนการแจ้งอายัดรถยนต์ต่อสถานีตำรวจและยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้บังคับโจทก์ส่งมอบรถยนต์แก่จำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาเพียงขอให้ยกฟ้องโจทก์โดยไม่ขอให้บังคับคดีตามฟ้องแย้งของจำเลยด้วยคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งซึ่งถึงที่สุดแล้วย่อมผูกพันจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา145จึงต้องฟังตามคำพิพากษาในส่วนฟ้องแย้งว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองรถยนต์จำเลยไม่มีสิทธิติดตามเอาคืนโดยไม่ได้ชดใช้ราคารถยนต์ที่โจทก์ซื้อมาที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยเพิกถอนการอายัดรถยนต์จึงรับฟังไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2529 โจทก์ได้ตกลงซื้อรถยนต์หมายเลข ม-0604 พิษณุโลก จากจำเลยในราคา 255,000 บาทซึ่งรถดังกล่าวจำเลยได้นำไปฝากขายไว้ที่ร้านจำหน่าย"สยามธุรกิจตะพานหิน" โดยมีนายสุพรรณ์ ชัยกิตติศิลป์ เป็นเจ้าของและหุ้นส่วนผู้จัดการ และในวันนั้นเองโจทก์ได้วางเงินมัดจำไว้แก่จำเลยเป็นเงิน 10,000 บาท ต่อมาวันที่ 26 พฤศจิกายน 2529โจทก์ได้โอนเงินที่ค้างชำระอีก 245,000 บาท จากธนาคารให้แก่จำเลย ซึ่งเป็นการโอนเงินตามข้อตกลงของจำเลยกับโจทก์ จำเลยได้ส่งมอบรถยนต์ให้แก่โจทก์พร้อมดำเนินการแจ้งย้ายทะเบียนรถยนต์ให้แก่โจทก์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ทะเบียนยานพาหนะ กรุงเทพมหานครได้ออกหมายเลขใหม่ให้แก่โจทก์จากหมายเลขเดิม

ม-0604 พิษณุโลกเป็น 4ร-5731 กรุงเทพมหานคร และโจทก์ได้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวนี้มาตลอด ต่อมาโจทก์ได้ดำเนินการต่อทะเบียนประจำปี แต่ปรากฏว่าเจ้าหนี้ที่ไม่สามารถต่อทะเบียนให้โจทก์ได้โดยอ้างว่าจำเลยได้แจ้งอายัดไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินว่าจำเลยไม่เคยจำหน่ายหรือย้ายรถยนต์ให้แก่โจทก์ การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้รถยนต์ขับขี่ได้และไม่สามารถต่อทะเบียนได้ตามระเบียบของทางราชการ ขอให้จำเลยเพิกถอนการแจ้งความอายัด ณ สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินหากจำเลยไม่เพิกถอนการแจ้งความอายัดให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยตกลงขายรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

ม-0604 พิษณุโลก ให้แก่โจทก์ โจทก์ทำนิติกรรมกับนายสุพรรณ์ ชัยกิตติศิลป์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก จำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ตามที่โจทก์อ้างว่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่โจทก์ถูกนายสุพรรณ์ ชัยกิตติศิลป์ ฉ้อโกง จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2529 นายสุพรรณ์ได้มาติดต่อกับจำเลยว่าหากต้องการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่นายสุพรรณ์สามารถติดต่อกับบริษัทได้เพียงแต่ให้จำเลยส่งมอบรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อให้บริษัทประเมินราคารถยนต์ของจำเลยมาก่อนหากจำเลยจะเปลี่ยนเอารถยนต์คันใหม่แล้วให้จำเลยมาพิจารณาและตัดสินใจในวันที่ 10 ธันวาคม 2529 หลังจากนั้น ให้จำเลยตกลงกับบริษัทเอาเอง จำเลยหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงได้มอบรถยนต์คันดังกล่าวให้นายสุพรรณ์ต่อมาจำเลยจึงทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวของจำเลยถูกนายสุพรรณ์กับโจทก์ร่วมกันหลอกลวงและเบียดบังยักยอกเอารถยนต์ของจำเลย

การครอบครองของโจทก์จึงเป็นการละเมิดต่อจำเลย ทำให้จำเลยเสียหาย จำเลยขอคิดค่าเสียหายวันละ 300 บาทนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2529ซึ่งเป็นวันที่จำเลยทราบว่าโจทก์ครอบครองรถยนต์ของจำเลยจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 8 เดือนเศษ เป็นค่าเสียหาย 72,000 บาทจึงขอให้บังคับโจทก์ส่งมอบรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ม-0604 พิษณุโลกคืนจำเลยในสภาพเรียบร้อย หากโจทก์ไม่สามารถส่งรถยนต์คืนได้ให้โจทก์ชดใช้ราคาเป็น 300,000 บาท และให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยเป็นเงิน 72,000 บาท กับชดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยวันละ300 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าโจทก์จะส่งมอบรถคืนแก่จำเลยในสภาพเรียบร้อยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ขณะที่โจทก์เจรจาตกลงราคาซื้อขายกันอยู่นั้น

จำเลยเป็นผู้ตกลงราคาซื้อขายกับโจทก์ด้วยตนเองที่ร้านของนายสุพรรณ์ซึ่งเป็นพ่อค้าขายรถยนต์และเป็นการซื้อขายในท้องตลาดอย่างเปิดเผย และจำเลยบอกโจทก์อีกว่า จำเลยยังมีภาระหนี้สินค้างชำระที่ต้องหักทอนหนี้สินอยู่กับนายสุพรรณ์ โจทก์จึงได้ทำสัญญาซื้อขายกับนายสุพรรณ์ตามความประสงค์และความยินยอมของจำเลยการทำสัญญาซื้อขายของโจทก์จึงสมบูรณ์ โจทก์มิได้โต้แย้งสิทธิจำเลย จำเลยกับนายสุพรรณ์ผิดใจกันเรื่องการหักทอนหนี้สินที่ไม่ยอมรับกัน จำเลยจึงได้แจ้งความอายัดรถยนต์พิพาทนี้ โจทก์ขอปฏิเสธว่าโจทก์มิได้สมคบกับนายสุพรรณ์หลอกลวงจำเลยและไม่ได้เบียดบังยักยอกรถยนต์พิพาทนี้แต่อย่างใด โจทก์ได้รับการครอบครองและได้กรรมสิทธิ์รถยนต์พิพาทตามสัญญาซื้อขายโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนเป็นเงินถึง 255,000 บาทขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

จำเลยมอบรถยนต์พิพาทไว้แก่นายสุพรรณ์ชัยกิตติศิลป์ เพื่อขายโจทก์ได้ซื้อรถยนต์พิพาทโดยสุจริตจากนายสุพรรณ์ผู้เป็นพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิครอบครองรถยนต์พิพาทในฐานะผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยไม่ได้ชดใช้ราคารถยนต์พิพาทที่ซื้อมาจึงไม่มีสิทธิติดตามเอาคืนจากโจทก์โจทก์ไม่ได้กระทำละเมิดต่อจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากโจทก์ตามฟ้องแย้ง ที่จำเลยแจ้งอายัดการต่อทะเบียนรถยนต์พิพาทโดยอ้างว่าไม่เคยจำหน่ายหรือแจ้งย้ายรถยนต์พิพาทให้โจทก์เป็นการไม่ชอบโจทก์มีสิทธิขอให้เพิกถอนการแจ้งของจำเลยได้ พิพากษาให้จำเลยเพิกถอนการแจ้งอายัดรถยนต์พิพาท ณ สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร หากจำเลยไม่เพิกถอนการแจ้งอายัดให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลย

อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทโดยสุจริตจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้นโจทก์ย่อมมีสิทธิครอบครองรถยนต์พิพาทในฐานะผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จำเลยไม่ได้ชดใช้ราคารถยนต์พิพาทที่ซื้อมาจึงไม่มีสิทธิติดตามเอาคืนจากโจทก์พิพากษาให้จำเลยเพิกถอนการแจ้งอายัดรถยนต์พิพาทณ สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร และยกฟ้องแย้งของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาเพียงขอให้ยกฟ้องโจทก์โดยไม่ขอให้บังคับคดีตามฟ้องแย้งของจำเลยด้วย คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งซึ่งถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 จึงต้องฟังว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองรถยนต์พิพาท จำเลยไม่มีสิทธิติดตามเอาคืนโดยไม่ได้ชดใช้ราคารถยนต์พิพาทที่โจทก์ซื้อมา

ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาท โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยเพิกถอนการอายัดรถยนต์พิพาทจึงรับฟังไม่ได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี · อรุณ น้าประเสริฐ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4984/2568

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นควรยกปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยแก้ฎีกาขึ้นวินิจฉัยเสียก่อนว่า ศาลฎีกาจะรับฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้แตกต่างไปจากคดีก่อนได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีก่อนโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8084/2567

คำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลางในคดีที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัท อ. ลูกหนี้ และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ว่าหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีขาดอายุคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้