Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บันทึกรายการขายและใบแจ้งยอดหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตของธนาคารโจทก์เป็นภาพถ่ายสำเนาเอกสารจากไมโครฟิล์มซึ่งต้นฉบับอยู่ที่โจทก์และไม่ปรากฏว่าต้นฉบับเอกสารได้สูญหายถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัยหรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่นจึงต้องห้ามมิให้รับฟังเอกสารดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา93

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นสมาชิกบัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด ของโจทก์ ในระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม 2533 ถึงวันที่24 สิงหาคม 2533 จำเลยได้นำบัตรเครดิตของโจทก์ไปใช้ซื้อสินค้าบริการและเบิกเงินสดล่วงหน้า เมื่อโจทก์จัดทำใบแจ้งยอดบัญชีไปเรียกเก็บเงินจากจำเลย จำเลยไม่ชำระแก่โจทก์ โจทก์จึงคิดเบี้ยปรับตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ทั้งสิ้น 21,298.38 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์2534 โจทก์ได้แจ้งยกเลิกการเป็นสมาชิกบัตรเครดิตดังกล่าวแก่จำเลยหลังจากนั้นจำเลยได้ชำระหนี้แก่โจทก์ 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน9,000 บาท ยังคงค้างชำระอยู่อีก 13,413.24 บาท โจทก์ได้ทวงถามโดยชอบแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย

ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน19,715.61 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง เพราะตามวิธีการเรียกเก็บเงินของโจทก์ เมื่อจำเลยได้ใช้บัตรเครดิตของโจทก์ชำระค่าสินค้าหรือเบิกจ่ายเงินสดแล้ว โจทก์จะต้องมีหลักฐานการใช้เงินลงลายมือชื่อจำเลยเป็นหลักฐาน แล้วทำรายการเรียกเก็บเงินมายังจำเลย และจำเลยจะชำระค่าใช้บัตรเครดิตของโจทก์โดยการโอนเงินเข้าบัญชีของโจทก์ จำเลยไม่เคยใช้บัตรเครดิตตามรายการในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 6 เอกสารดังกล่าวโจทก์ได้ทำขึ้นมาฝ่ายเดียว ไม่มีข้อความใดที่จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ว่าได้ใช้บัตรเครดิตของโจทก์ตามรายการดังกล่าวจริง จำเลยไม่เคยยินยอมหรือทำข้อตกลงให้โจทก์คิดเบี้ยปรับฐานผิดสัญญาอัตราร้อยละ1 ต่อเดือน และคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น วินิจฉัย ว่า ข้อเท็จจริง ตาม ทางนำสืบ ของ โจทก์ฟัง ไม่ได้ ว่า จำเลย ต้อง รับผิด ตาม ฟ้อง พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีเพียงประการเดียวว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟังบันทึกรายการขายและใบแจ้งยอดหนี้สำเนาเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ตามลำดับนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าบันทึกรายการขายและใบแจ้งยอดหนี้ตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5เป็นภาพถ่ายสำเนาเอกสารจากไมโครฟิลม์ซึ่งมีต้นฉบับอยู่ที่โจทก์กรณีจึงต้องห้ามมิให้รับฟังเอกสารดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93

ที่โจทก์ฎีกาว่า คดีนี้เอกสารดังกล่าวเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93(2) กล่าวคือ เป็นกรณีที่ต้นฉบับเอกสารหาไม่ได้เพราะสูญหายหรือถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัย หรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่นนั้น แต่ทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่จะเข้าข้อยกเว้นตามบทกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2568

จำเลยทั้งเจ็ดคัดค้านว่าสัญญาซื้อขายทรัพย์สินด้อยคุณภาพเป็นสำเนาเอกสารมิใช่ต้นฉบับ ไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ และสำเนาเอกสารดังกล่าวปลอมและไม่ถูกต้องตรงกับต้นฉบับ เมื่อศาลให้โอกาสจำเลยทั้งเจ็ดซั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5661/2567

แบบขออนุญาตสร้างทางเป็นเพียงแบบพิมพ์ แม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่มาเบิกความรับรองนั้น แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์มิได้คัดค้านการนำเอกสารดังกล่าวมาสืบ จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5037/2565

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5375/2561

ขณะที่จำเลยเบิกความอ้างอิงเอกสารหมาย ล.3 เป็นพยานหลักฐานยันโจทก์ โจทก์ไม่ได้คัดค้านการนำเอกสารนี้มาสืบว่าไม่มีต้นฉบับหรือต้นฉบับนั้นปลอมทั้งฉบับหรือบางส่วนหรือสำเนานี้ไม่ถูกต้องกับต้นฉบับ ตามที่บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9742/2558

ตามบัญชีระบุพยานของจำเลยทั้งสองฉบับลงวันที่ 26 ตุลาคม 2554 อันดับที่ 5 และ 6 ได้ระบุถึงพยานเอกสารที่จำเลยทั้งสองอ้างเป็นพยานต่อศาล คือรายการยอดซื้อสินค้าและยอดชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ทั้งหมด ตลอดจนสำเนา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้