Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2268/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าโจทก์ร่วมใช้สิทธิเรียกร้องของตนในทางศาลให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ แต่จำเลยที่ 1 ก็ยังยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยเสน่หา โดยทำสัญญาและจดทะเบียนการให้ภายหลังจากทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทกับที่ดินอีกสองแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ร่วม พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปให้แก่จำเลยที่ 2 เพื่อมิให้โจทก์ร่วมเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 350

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๓๕๐

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายจรูญ ฬาพานิช ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ , ๘๓ จำคุกคนละ ๖ เดือน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?

พิเคราะห์แล้ว คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ หรือไม่ เห็นว่า ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นที่ยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๖๔/๒๕๓๙ ว่า เงินจำนวน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์ร่วมชำระให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาลำนารายณ์ แทนจำเลยที่ ๑ และภริยา เป็นการชำระค่าที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวข้างต้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมตกลงซื้อที่ดินพิพาทกับที่ดินอีกสองแปลงจากจำเลยที่ ๑ และภริยา จึงพิพากษายืนให้จำเลยที่ ๑ และภริยาจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองในที่ดินทั้งสามแปลงให้โจทก์ร่วม พยานหลักฐานของโจทก์จึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์ร่วมในเงินจำนวน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท

อันเป็นเงินที่โจทก์ร่วมชำระค่าที่ดินพิพาทกับที่ดินอีกสองแปลงข้างต้น ดังนั้น เมื่อโจทก์ร่วมฟ้องบังคับให้จำเลยที่ ๑ โอนที่ดินพิพาทกับที่ดินอีกสองแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ร่วม จึงเป็นกรณีที่โจทก์ร่วมได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ย่อมทราบดีถึงการใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวของโจทก์ร่วม ส่วนจำเลยที่ ๒ ทราบว่าโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยที่ ๑ ให้โอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ร่วม และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ กับมารดาของพยานโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ร่วม ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แสดงให้เห็นว่า ทั้งจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าโจทก์ร่วมใช้สิทธิเรียกร้องของตนในทางศาลให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ แต่จำเลยที่ ๑ ก็ยังยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ ๒ โดยเสน่หา โดยทำสัญญาและจดทะเบียนการให้เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๓๗ ภายหลังจากทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทกับที่ดินอีกสองแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้โจทก์ร่วม

พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นการโอนไปให้แก่จำเลยที่ ๒ ซึ่งที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อมิให้โจทก์ร่วมเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๑ ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งโจทก์ร่วมได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำผิดตามฟ้อง นั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น_ _ _

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองอีกสถานหนึ่งคนละ ๔,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มหาคุณ · ชวลิต ยอดเณร · วิชัย วิวิตเสวี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายธาริต สุวรรณเสน
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวิกร อังคณาวิศัลย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6221/2545

ที่ดินแปลงที่จำเลยโอนขายให้ ด. เป็นแปลงเดียวกับที่โจทก์ขอซื้อจากจำเลยแต่จำเลยโอนให้ไม่ได้เพราะชื่อเจ้าของที่ดินยังเป็นของผู้อื่น ซึ่งโจทก์ก็ไม่ได้ละทิ้ง หากยังติดตามที่ดินแปลงพิพาทอยู่ การที่ผู้รับมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7430/2568

จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์พิพาท ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2567

ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้