Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยสมคบกันปลอมพินัยกรรมขึ้นแล้วนำพินัยกรรมปลอมไปใช้ย่อมทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมฉบับที่แท้จริงได้รับความเสียหาย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ในชั้นแรก แม้จะได้ฟ้องบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยอื่นไว้ แต่โจทก์ได้ถอนฟ้องคนเหล่านี้ไปก่อนที่จะลงมือสืบพยานโจทก์ ขณะที่เบิกความเป็นพยานโจทก์บุคคลดังกล่าวไม่ได้อยู่ในฐานะเป็นจำเลย กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันปลอมแปลงพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองแต่ทางพิจารณาปรากฏว่าพินัยกรรมฉบับแท้จริงไม่ได้กระทำโดยกรมการอำเภอตามกฎหมายพินัยกรรมนั้น จึงไม่ใช่เป็นเอกสารฝ่ายเมืองก็เป็นข้อแตกต่างที่ไม่ใช่สารสำคัญ ศาลจะยกฟ้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง หาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นปลัดอำเภอ จำเลยที่ 2 - 3 เป็นเสมียนมหาดไทยจำเลยสามคนนี้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง จำเลยทั้ง 8 ได้สมคบกันทำความผิด คือได้ร่วมกันปลอมแปลงพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองของนายโท มาดี มีข้อความว่านายโท มาดี ได้ทำพินัยกรรมยกที่นาให้จำเลยที่ 6 และที่ 7 คนละแปลง ยกที่อยู่อาศัยพร้อมกับเรือนหนึ่งหลังให้นายอำพรโจทก์ที่ 2 และระบุให้จำเลยที่ 8 เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมนั้น จำเลยทั้งแปดได้สมคบกันลงลายมือชื่อนายโท มาดี ในพินัยกรรมอันเป็นลายมือปลอม จำเลยที่ 1 ใช้ดวงตราและรอยตราประทับลงในพินัยกรรม ความจริงนายโท มาตี ได้ทำพินัยกรรมยกที่นาให้โจทก์ที่ 1 หนึ่งแปลง

ยกที่นาอีกแปลงหนึ่งให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 คนละครึ่ง ยกที่อยู่อาศัยพร้อมด้วยเรือนหนึ่งหลังให้แก่โจทก์ที่ 2 และระบุให้นายแก้ว พิมพ์กุล เป็นผู้จัดการมรดก พินัยกรรมฉบับที่แท้จริงนี้ นายโท มาดี ได้มอบให้จำเลยที่ 2 นำไปกรอกข้อความลงในสมุดทะเบียนพินัยกรรมของอำเภอและให้จำเลยที่ 1 - 2 - 3 ดูแลรักษาตามหน้าที่ ต่อมาจำเลยทั้งแปดได้สมคบกันทำลาย ทำให้สูญหายซึ่งพินัยกรรมฉบับที่แท้จริง แล้วจำเลยทั้งแปดได้สมคบกันปลอมทะเบียนพินัยกรรม โดยตัดข้อความและขีดฆ่าทะเบียนพินัยกรรมที่ระบุให้นายแก้ว พิมพ์กุล เป็นผู้จัดการมรดกออก เติมชื่อจำเลยที่ 8 เป็นผู้จัดการมรดกแทน แล้วจำเลยที่ 1 ได้เซ็นชื่อกำกับข้อความที่ขีดฆ่านั้น จำเลยทั้งแปดได้นำพินัยกรรมปลอมไปอ้างและใช้ประกาศรับมรดกของนายโท มาดี ต่อเจ้าพนักงาน โดยจำเลยทั้งแปดรู้ว่าเป็นพินัยกรรมปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยก่อนไต่สวนมูลฟ้อง

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 ศาลอนุญาตก่อนเริ่มสืบพยานโจทก์

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3ที่ 4 และที่ 5 จำเลยทั้งห้าไม่คัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยที่ 6 ที่ 7 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 6-7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266(2), 268, 83 แต่ให้ลงโทษจำเลยฐานใช้และอ้างพินัยกรรมปลอมตามมาตรา 268 วรรค 2 กระทงเดียว จำคุกคนละ 4 ปีจำเลยที่ 6-7 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 6-7 ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายรวม 4 ข้อ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามลำดับ ดังนี้(1) การที่จำเลยสมคบกันปลอมพินัยกรรมขึ้นแล้วนำพินัยกรรมปลอมไปใช้ย่อมทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมฉบับที่แท้จริงได้รับความเสียหาย โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) และตามมาตรา 28 ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้(2) โจทก์ได้ยื่นฟ้องนายแสวง นายชัยวัฒน์และจ่าสิบตำรวจบุญเกิดเป็นจำเลยต่อมาได้ถอนฟ้องเสียก่อนสืบพยานโจทก์ ขณะที่บุคคลทั้งสามนี้เบิกความเป็นพยานโจทก์ ทั้งสามคนไม่ได้อยู่ในฐานะเป็นจำเลย กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232(3) ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม(4) โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันปลอมแปลงพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของนายโท

มาดี แต่ทางพิจารณาปรากฏว่า พินัยกรรมฉบับที่แท้จริงของนายโทไม่ได้กระทำโดยกรมการอำเภอตามกฎหมาย แม้พินัยกรรมของนายโทฉบับที่แท้จริงจะไม่ใช่แบบเอกสารฝ่ายเมืองก็เป็นข้อแตกต่างที่ไม่ใช่สารสำคัญศาลจะยกฟ้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรค 2 หาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองคำ จารุเหติ · แสวง ลัดพลี · วินัย ทองลงยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้