Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2276/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในชั้นสอบสวนเมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาจำเลยว่าทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์และเป็นของทางราชการและได้สอบปากคำพยานเกี่ยวกับข้อหาว่า จำเลยทำให้เสียหายทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีต และก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำและได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุพร้อมทำบันทึกความเสียหายไว้ด้วยเช่นนี้ แสดงว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 แล้วโดยไม่ต้องแจ้งทุกกระทงความผิด และได้รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหาจำเลยแล้ว จึงถือว่า ได้มีการสอบสวนในข้อหาดังกล่าวโดยชอบ พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือจำเลยทำให้เสียหาย ทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีต และก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำที่เหมืองซอยที่ 11 ของอ่างเก็บน้ำแม่มาน และทำให้เสียหาย ทำลายกุญแจล็อกประตูน้ำ 1 อัน ที่ประตูน้ำเหมืองซอยที่ 11อันเป็นทรัพย์สินที่ใช้และมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ของกรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358, 360จำเลยให้การรับสารภาพความผิดฐานทำให้เสียหายซึ่งกุญแจล็อกประตูน้ำส่วนความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีต และก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำ

จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียหายทำลายกุญแจล็อกประตูน้ำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360ลงโทษจำคุก 6 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุก 3 เดือน คำขออื่นให้ยกโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียหายทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีต และก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ลงโทษจำคุก 6 เดือน อีกกระทงหนึ่งรวมเป็นจำคุก 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าในข้อหาฐานทำให้เสียหาย ทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำซอยที่ 11 ได้มีการสอบสวนแล้วหรือไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(11) บัญญัติว่า"การสอบสวน" หมายถึงการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษมาตรา 134 บัญญัติว่า เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียกหรือส่งตัวมาหรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเองหรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานเป็นผู้ต้องหา ให้ถามชื่อตัว นามสกุล ชาติ บังคับ บิดามารดาอายุ

อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และแจ้งข้อหาให้ทราบ ฯลฯ ได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกเสถียร พนักงานสอบสวนคดีนี้ซึ่งมาเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า ได้รับคำร้องทุกข์จากนายช่างหัวหน้าโครงการชลประทานว่า จำเลยทำให้ทรัพย์ของทางราชการเสียหาย คือคอนกรีตท้ายท่อส่งน้ำ ก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำ และกุญแจล็อกก้านพวงมาลัยเสียหาย ครั้นวันที่ 23 สิงหาคม 2534เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้ ชั้นสอบสวนพยานแจ้งข้อหาจำเลยว่าทำให้เสียทรัพย์ซึ่งใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์และเป็นของทางราชการ ดังปรากฏตามบันทึกการจับกุมจำเลยเอกสารหมาย จ.6และพยานได้สอบสวนนายสาย ดอยลอม ไว้เป็นพยานเกี่ยวกับข้อหาว่าจำเลยทำให้เสียหาย ทำลายท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำ

ดังปรากฏตามบันทึกคำให้การพยานเอกสารหมาย จ.5ซึ่งนายสาย ดอยลอม ระบุว่าได้รับแจ้งจากนายล้วนว่าจำเลยทำให้ทรัพย์สินดังกล่าวเสียหาย ทั้งร้อยตำรวจเอกเสถียรได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุและทำบันทึกไว้ ดังปรากฏตามบันทึกเอกสารหมายจ.3 ซึ่งระบุว่าท่อส่งน้ำคอนกรีตมีรอยแตกและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำเสียหาย เช่นนี้แสดงว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134แล้วโดยไม่ต้องแจ้งทุกกระทงความผิด และพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหาจำเลยดังกล่าวแล้วจึงถือว่าได้มีการสอบสวนในข้อหาดังกล่าวโดยชอบตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยตามข้อหานั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยกระทงละ 1,000 บาท ความผิดกระทงหลังจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงปรับ 500 บาท รวมปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3130/2556

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหาได้มีอำนาจที่จะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม รายงานการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก็มิได้ชี้มู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4559/2555

ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลย โดยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้พนักงานสอบสวนฟัง พนักงานสอบสวนจะต้องเป็นผู้ที่คิดตั้งข้อหาขึ้นเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2553

การสอบสวนเป็นเพียงการที่พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการทั้งหลายตามที่กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหาเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ การแจ้ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6651/2550

การแจ้งข้อหาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 นั้น แม้พนักงานสอบสวนจะมิได้แจ้งข้อหาจำเลยทุกข้อหากระทงความผิดก็ตาม แต่เมื่อภายหลังได้ดำเนินการสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ก็ถือได้ว่าได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8316/2548

การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 นั้น หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิดไม่ เมื่อพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้