Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2277/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีพยานที่รู้เห็นในขณะเกิดเหตุคือ นาง น. กับนาง ผ.ส่วนนาย ว. ซึ่ง เป็นพยานในที่เกิดเหตุด้วย ได้ ถึงแก่ความตายไปก่อนนาง น. เบิกความว่ารู้จักจำเลยมาก่อน รู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ จำเลยกับพวกได้ ยิงผู้ตายในคืนเกิดเหตุ นาง น. เป็นผู้แจ้งเจ้าพนักงานตำรวจที่ไปชันสูตรพลิกศพว่าจำเลยกับพวกเป็น คนยิงผู้ตายทั้งสอง ส่วนนาง ผ.เบิกความว่าไม่รู้จักจำเลยแต่ จำได้ ว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งเมื่อจับจำเลยได้ นาง ผ. ชี้ ตัว จำเลยถูกต้อง แต่ ตาม สำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ปรากฏว่าในวันที่ 5 มิถุนายน 2526(วันเกิดเหตุ) นาย สมคิด จิตเส้งแจ้งว่ามีผู้ก่อการร้าย 5 คน ใช้ อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสอง โดย มิได้ระบุว่าใครเป็นคนร้ายตาม สำเนารายงาน ประจำวันเกี่ยวกับคดีลง วันที่ 9 มิถุนายน2526 เจ้าพนักงานตำรวจ ได้ ไปตรวจ ที่เกิดเหตุและทราบตัว คนร้ายแล้ว ก็ปรากฏ ว่า ยังไม่มี การระบุตัว คนร้ายว่าเป็นใคร ในแผนที่เกิดเหตุที่ร้อยตำรวจเอก ก. ผู้ทำเอกสารเบิกความว่าได้ ทราบจากนาง น.ว่าจำเลยเป็นคนร้ายแล้วก็ปรากฏว่า ไม่ได้ระบุตำแหน่ง ที่นั่งของจำเลยกับได้ เขียนชื่อ จำเลยในช่อง ผู้ต้องหาขึ้นภายหลัง จากทำเอกสาร และในบันทึกการตรวจ สถานที่ เกิด เหตุได้ ระบุว่า ผู้ก่อการร้าย (ผกค.) จำนวน 5 คนยิงผู้ตายทั้งสองที่บ้านพัก โดย ไม่ได้ระบุชื่อ จำเลยไว้ ส่วนคำให้การชั้นสอบสวนของนาย ว. ในแผ่นแรกไม่ปรากฏว่านาย ว. รู้เห็นว่าจำเลยทำผิด เพียงแต่ เห็นชาย 5 คน จำได้ 2 คน แต่ง เครื่องแบบทหารส่วนอีก 3 คน แต่งกาย ธรรมดาแต่ ในแผ่นที่ 2 ซึ่ง เป็นใบต่อ คำให้การจึงระบุว่าจำเลยเป็นคนร้าย ทั้งในรายงานการชันสูตรพลิกศพของนาย ช.ในช่อง ชื่อ ผู้ทำให้ตาย ที่ระบุชื่อ จำเลย ตัว เขียนต่าง กับช่อง อื่น ๆน่าจะเป็นการเติม ชื่อ จำเลยในภายหลัง ส่วนในแบบรายงานการชันสูตรพลิก ศพนาย ธ. ไม่ได้ระบุชื่อ ผู้ทำให้ตาย ไว้ แสดงให้เห็นว่าในเบื้องต้น น่าจะไม่รู้ตัว คนร้ายว่าเป็นใคร แม้คำเบิกความของ นาง น.และนาง ผ. จะมีรายละเอียดลำดับเหตุการณ์และขั้นตอนในการกระทำผิดของคนร้ายโดย ละเอียดก็ตาม แต่ เมื่อ พยานหลักฐานเอกสารของโจทก์ไม่สอดคล้องกับคำเบิกความของ พยานบุคคลที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ จึงทำให้คำเบิกความของพยานบุคคลมีน้ำหนักน้อยไม่เพียงพอที่จะรับฟังเพื่อลงโทษจำเลยได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,288, 289 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานางโสภิณ สุนทรมัฏฐ ภริยานายธนิตผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 289(4) ให้ประหารชีวิต จำเลยกระทำโดยอุกอาจ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ต่อหน้าบุคคลหลายคนเป็นการจำนนต่อพยานหลักฐาน คำให้การชั้นสอบสวนและข้อนำสืบของจำเลยไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาไม่ลดโทษให้ ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุมีคนร้ายหลายคนใช้อาวุธปืนยิงนายธนิตหรืออู๊ด สุนทรมัฏฐ และนายช่วง สามารถ ถึงแก่ความตายข้อต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า จำเลยเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่เห็นว่า โจทก์มีพยานที่รู้เห็นในขณะเกิดเหตุมาเบิกความในชั้นศาล 2ปาก คือนางเนาวรัตน์ ศรีใหม่ และนางผิว ศรีใหม่ ส่วนนายวีระเกตุแก้ว เป็นพยานอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยได้ถึงแก่ความตายไปตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2528 คงมีแต่คำให้การชั้นสอบสวน ตามคำเบิกความของนางเนาวรัตน์ปรากฏว่ารู้จักจำเลยมาก่อน น้องชายจำเลยเป็นคนขับรถให้นายธนิตผู้ตาย นางเนาวรัตน์รู้เห็นอยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่จำเลยกับพวกได้ยิงผู้ตายทั้งสอง และต่อมาในคืนนั้นเจ้าพนักงานตำรวจได้ไปชันสูตรพลิกศพผู้ตายทั้งสอง

นางเนาวรัตน์ได้แจ้งแก่เจ้าพนักงานตำรวจว่าจำเลยกับพวกเป็นคนยิงผู้ตายทั้งสองส่วนนางผิวเบิกความว่าไม่รู้จักจำเลยแต่เห็นจำเลยในคืนนั้นจำได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่ง เมื่อจับตัวจำเลยได้เจ้าพนักงานตำรวจให้พยานชี้ตัวพยานยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองมีรายละเอียดและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียด แต่เมื่อพิจารณาประกอบกับเอกสารที่เจ้าพนักงานได้ทำขึ้นทั้งหมด เห็นว่า ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสิชลส่งมาตามที่จำเลยขอให้ศาลมีหมายเรียกปรากฏว่าในวันที่ 5 มิถุนายน 2526 นายสมคิด จิตเส้ง แจ้งว่ามีผู้ก่อการร้าย 5 คน ใช้อาวุธปืนยิงนายธนิตกำนันตำบลฉลองและนายช่วงถึงแก่ความตาย โดยมิได้ระบุว่าใครเป็นคนร้าย และตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลงไว้ในวันที่ 9 มิถุนายน 2526เจ้าพนักงานตำรวจได้ไปตรวจที่เกิดเหตุและทราบตัวคนร้ายแล้วก็ปรากฏว่ายังไม่มีการระบุตัวคนร้ายว่าเป็นใครและในแผนที่เกิดเหตุเอกสารหมาย

จ.1 ซึ่งในตอนนั้นนางเนาวรัตน์เบิกความว่าได้บอกเจ้าพนักงานตำรวจว่าจำเลยเป็นคนร้าย และร้อยตำรวจเอกเกรียงศักดิ์เดชสุภากุล ผู้ทำเอกสารเบิกความว่าได้ทราบว่าจำเลยเป็นคนร้ายจากนางเนาวรัตน์แล้ว แต่ที่ไม่ได้ระบุตำแหน่งที่นั่งของจำเลยในเอกสารหมาย จ.1 ไว้ด้วยเพราะเหตุใดพยานไม่ทราบ และเบิกความอีกว่าได้เขียนชื่อจำเลยในช่องผู้ต้องหาขึ้นภายหลังจากการทำเอกสารแต่กี่วันจำไม่ได้ และในบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมายจ.6 ได้ระบุว่าผู้ก่อการร้าย (ผกค.) จำนวน 5 คน ยิงผู้ตายทั้งสองที่บ้านพัก เหตุที่ไม่ได้ระบุชื่อจำเลยไว้ ร้อยตำรวจเอกเกรียงศักดิ์เบิกความว่ารอสอบพยานปากอื่นเสียก่อน ส่วนในคำให้การของนายวีระเกตุแก้ว

เอกสารหมาย จ.8 ปรากฏว่ามี 2 แผ่น ในแผ่นแรกคำให้การสิ้นสุดในหน้าหลังพอดี และได้มีการลงชื่อไว้ในคำให้การแผ่นนี้ไม่ปรากฏว่าพยานรู้เห็นว่าจำเลยทำผิดแต่อย่างใด เพียงแต่พยานเห็นชาย 5 คน จำได้ 2 คน แต่งเครื่องแบบทหาร ส่วนอีก 3 คน แต่งกายธรรมดาแต่ในแผ่นที่ 2 ซึ่งเป็นใบต่อคำให้การจึงได้ระบุว่าจำเลยเป็นคนร้าย ทั้งในแบบรายงานการชันสูตรพลิกศพนายช่วง สามารถในช่องชื่อผู้ที่ทำให้ตาย (ถ้ามี) ที่ระบุชื่อจำเลยตัวเขียนต่างกับช่องอื่น ๆ น่าจะเป็นการเติมชื่อจำเลยในภายหลังเช่นเดียวกับในเอกสารอื่น ๆ ที่ทางเจ้าพนักงานได้จัดทำ ส่วนในแบบรายงานการชันสูตรพลิกศพนายธนิต สุนทรมัฏฐ ไม่ได้ระบุชื่อผู้ที่ทำให้ตายไว้ ตามเอกสารต่าง

ๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ในเบื้องต้นน่าจะไม่รู้ตัวคนร้ายว่าเป็นใคร ถ้าทราบชื่อคนร้ายแน่นอนคงจะระบุในเอกสารต่าง ๆที่ได้จัดทำขึ้นหลังจากที่รู้ตัวคนร้ายแล้ว เพราะเป็นข้อสำคัญที่จะชี้ให้เห็นว่าได้รู้ตัวคนร้ายตั้งแต่เกิดเหตุ แม้คำเบิกความจะมีรายละเอียดและขั้นตอนในการกระทำของคนร้าย แต่เมื่อพยานหลักฐานเอกสารของโจทก์ไม่สอดคล้องกับคำเบิกความของพยานบุคคลที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุจึงทำให้คำเบิกความของพยานบุคคลมีน้ำหนักน้อยที่จะรับฟังเพื่อลงโทษจำเลยได้ พยานหลักฐานโจทก์ทั้งหมดไม่พอรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ แต่ของกลางที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบในที่เกิดเหตุเป็นของที่ใช้ในการกระทำผิดจึงต้องริบ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางให้ริบ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้