Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องด้วยวาจาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2524 ว่าจำเลยกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัสและกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก ปรากฏในบันทึกคำฟ้องของศาลว่าจำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 31 มิถุนายน 2524 อันเป็นวันภายหลังที่โจทก์ฟ้อง แต่ปรากฏตามบันทึกการตกลงชดใช้ค่าเสียหายและคำร้องขอผัดฟ้องและฝากขังว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2524 และต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2524 จำเลยมอบตัวต่อพนักงานสอบสวน และให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ในวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยก็ยังได้ยื่นคำร้องยอมรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริง แสดงว่าจำเลยทราบดีถึงการกระทำความผิดของจำเลยทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ การที่ศาลบันทึกวันกระทำผิดของจำเลยผิดพลาดไปเป็นเรื่องของความพลั้งเผลอจึงหาใช่เป็นการฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดภายหลังวันที่โจทก์ฟ้องไม่ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องด้วยวาจาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๐ ปรากฏในบันทึกของศาลว่าเมื่อวันที่ ๓๑ มิถุนายน ๒๕๒๔ เวลา ๑๒ นาฬิกา จำเลยขับรถจักรยานยนต์ด้วยความประมาทเฉี่ยวชนผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัสแล้วจำเลยหลบหนีไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓(๔), ๑๕๗, ๗๘ วรรคแรก, ๑๖๐ วรรคแรก

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกและปรับจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่าโจทก์ฟ้องจำเลยด้วยวาจา เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๒๔ แต่ปรากฏในบันทึกคำฟ้องของศาลว่า จำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ ๓๑ มิถุนายน ๒๕๒๔ มีปัญหาว่าจะเป็นการฟ้องและพิพากษาล่วงหน้าหรือเป็นการกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดภายหลังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวง ซึ่งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๑๐ บัญญัติว่า ในคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อหาต่อพนักงานสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนนำผู้ต้องหามายังพนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาลโดยมิต้องทำการสอบสวน และให้ฟ้องด้วยวาจา ทั้งนี้เพื่อให้คดีเสร็จไปโดยรวดเร็ว โดยมิต้องนำหลักเกณฑ์การฟ้องคดีอาญาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับ ดังจะเห็นได้ว่า

แม้กระทั่งการสอบสวนก็ไม่ต้องกระทำ สำหรับวันกระทำผิดที่ศาลบันทึกไว้นั้น เมื่อได้ตรวจดูบันทึกการตกลงชดใช้ค่าเสียหายและคำร้องขอผัดฟ้องและฝากขังครั้งที่ ๑ แล้ว ก็ปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เวลา ๑๒ นาฬิกา วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๔ จำเลยมามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน จึงเป็นที่เห็นได้ว่า การที่ศาลจดบันทึกวันกระทำผิดของจำเลยเป็นวันที่ ๓๑ มิถุนายน ๒๕๒๔ ตามบันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจานั้นเป็นเรื่องความพลั้งเผลอ จำเลยเองก็ยอมรับสารภาพมาตั้งแต่ชั้นสอบสวน ในวันฟ้องนอกจากศาลจะบันทึกคำรับสารภาพของจำเลยแล้วจำเลยยังได้ยื่นคำร้องยอมรับสารภาพว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ขอให้ลงโทษแก่จำเลยในสถานเบาหรือรอการลงโทษให้แก่จำเลยด้วย แสดงว่าจำเลยทราบดีถึงการกระทำความผิดของจำเลยและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ จึงหาใช่เป็นการฟ้องและพิพากษาล่วงหน้าหรือเป็นการกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดภายหลังวันที่โจทก์ฟ้องไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2548

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยขับรถด้วยความประมาท เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัส และผู้เสียหายที่ 2 ถึงที่ 4 ได้รับอันตรายแก่กาย โดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าจำเลยขับรถโดยไม่คำนึงถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7282/2544

รถบรรทุกคันที่จำเลยขับเป็นรถที่บรรทุกอ้อยยื่นเกินความยาวของตัวรถขณะที่อยู่ในทางเดินรถ และถนนที่เกิดเหตุมีแสงสว่างเพียงพอที่จะทำให้มองเห็นรถจำเลยได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร จำเลยซึ่งเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1412/2541

จำเลยขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายและได้รับอันตรายแก่กายสาหัส กับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายได้รับความเสียหาย เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4)(8…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3557/2531

การที่จำเลยขับรถเลี้ยวขวาตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายได้รับความเสียหายนั้น ถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2568

สำเนาตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของบริษัทประกันภัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนระบุจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยสำหรับการเสียชีวิตไว้ 500,000 บาท โดยกำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นไว้ 35,000 บาท ซึ่งตาม พ.ร.บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้