Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2279/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินระหว่างบุคคลล้มละลายกับบุคคลภายนอก หากศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอน และให้บุคคลภายนอกโอนที่ดินสู่กองทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายถ้าไม่สามารถโอนได้ให้ใช้ราคาแทนพร้อมดอกเบี้ยนั้น ให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอน มิใช่นับแต่วันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการโอน เพราะตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนการโอน ถือว่าเป็นการโอนโดยชอบอยู่และยังถือไม่ได้ว่ามีการผิดนัดนับแต่วันยื่นคำร้องขอให้เพิกถอน และปัญหาว่าผู้ร้องมีสิทธิคิดดอกเบี้ยนับแต่เมื่อใดเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า

จำเลยทั้งสองถูกฟ้องขอให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2531ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่6 ตุลาคม 2531 ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2530 อันเป็นระยะเวลาภายใน 3 ปี ก่อนจำเลยทั้งสองถูกฟ้องล้มละลาย จำเลยที่ 2ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3725 ให้แก่ผู้คัดค้านโดยไม่สุจริตและไม่มีค่าตอบแทน ต้องห้ามตามมาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินรายนี้หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ให้ผู้คัดค้านใช้ราคาที่ดินเป็นเงิน 1,307,320 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า

ได้รับโอนที่ดินโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้น มีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 3725ระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้าน ตามมาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ให้ผู้คัดค้านกลับสู่ฐานะเดิมโดยให้โอนที่ดินแปลงดังกล่าวสู่กองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 หากผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำสั่งของศาลเป็นการแสดงเจตนาของผู้คัดค้านหากไม่สามารถโอนได้ให้ผู้คัดค้านใช้ราคาที่ดินเป็นเงิน 1,307,320บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเพิกถอนการโอน (วันที่ 27 กันยายน 2533)ไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 2 โดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวถือได้ว่าผู้คัดค้านจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 2 โดยไม่สุจริตได้ความดังนี้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 114 ทั้งนี้โดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 2 โดยมีค่าตอบแทนหรือไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2กับผู้คัดค้านศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลล่างทั้งสองให้ผู้คัดค้านใช้ราคาที่ดินพิพาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเพิกถอนการโอน (วันที่ 27 กันยายน 2533) ไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จนั้น เห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะการเพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทเป็นไปโดยผลของคำสั่งหรือคำพิพากษา ตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนการโอน ก็ยังถือเป็นการโอนโดยชอบอยู่กรณียังถือไม่ได้ว่ามีการผิดนัดนับแต่วันยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนเป็นต้นไป แม้ผู้คัดค้านไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ในส่วนของดอกเบี้ยให้ผู้คัดค้านชำระตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอน (วันที่ 15พฤศจิกายน 2534) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · สวิน อักขรายุธ · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2535

จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินผู้คัดค้านจำนวน 5,000,000 บาทและได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 5,000,000 บาท มอบให้ผู้คัดค้านไว้กำหนดชำระเงินเมื่อทวงถาม จำเลยที่ 1 ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ที่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2562

แม้อนุญาโตตุลาการของสมาคมฝ้ายระหว่างประเทศจะมีคำชี้ขาดในวันที่ 24 กันยายน 2555 ก็ตาม แต่เมื่อกรณียังสามารถอุทธรณ์คำชี้ขาด แก้ไขข้อผิดพลาดข้อผิดหลงเล็กน้อย หรือตีความอธิบายข้อความหรือส่วนหนึ่งส่วนใดในค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6292/2561

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 42 ผู้คัดค้านในฐานะผู้ถูกบังคับตามคำชี้ขาดจึงอาจยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลชั้นต้นปฏิเสธการบังคับตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4304/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตอกเสาเข็มในโครงการบ้านพักอาศัยของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ติดกับอาคารพิพาทของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องระบุเพียงว่าจำเลยที่ 1…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้