Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งเก้าฟ้องจำเลยทั้งสองว่ากระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเก้าโดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองจัดหาคณาจารย์ผู้สอนที่ไม่มีความรู้ความสามารถมาสอนในหลักสูตรที่โจทก์ทั้งเก้าศึกษาเป็นเหตุให้หลักสูตรดังกล่าวไม่ผ่านการประเมินของคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งเก้าได้รับความเสียหายและเรียกค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ โจทก์ทั้งเก้าจึงมีภาระการพิสูจน์ แต่จากที่โจทก์ทั้งเก้านำสืบไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 จงใจเอาคณาจารย์ที่ไม่มีความรู้ความสามารถหรือประมาทเลินเล่อในการสรรหาคณาจารย์ผู้สอนแต่อย่างไร โดยได้ความว่าจำเลยที่ 1 ได้สรรหาคณาจารย์ผู้สอนที่สามารถถ่ายทอดความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอนได้ระดับหนึ่งแล้ว และได้ความจากจำเลยที่ 2 ว่า หลักสูตรของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจะผ่านการรับรองของคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการเท่านั้น แม้จะไม่สอดคล้องกับการสรรหาคณาจารย์ของจำเลยทั้งสอง จึงไม่ใช่ข้อชี้ขาดว่าจำเลยทั้งสองกระทำการบกพร่องไม่รอบคอบในการสรรหาคณาจารย์มาประจำหลักสูตรนี้ นอกจากนี้ตามหนังสือของคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่มีถึงจำเลยที่ 1 แจ้งเพียงว่า คณะอนุกรรมการเห็นควรให้ชะลอการรับรองมาตรฐานการศึกษาไว้ก่อน โดยให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการปรับปรุงตามคำแนะนำของคณะอนุกรรมการโดยเชิญโจทก์ทั้งเก้ารวมทั้งนักศึกษาอื่นที่ถูกชะลอการประสาทปริญญาบัตรทุกคนเข้าร่วมโครงการ แต่โจทก์ทั้งเก้าไม่ยอมเข้าร่วม ทั้งปรากฏว่าเมื่อจำเลยที่ 1 ดำเนินการดังกล่าวแล้วทำให้มีนักศึกษาที่ถูกชะลอการรับรองมาตรฐานการศึกษาและได้เข้ากระบวนการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาและรับการประสาทปริญญาบัตรจากจำเลยที่ 1 แล้ว แสดงว่าจำเลยทั้งสองได้สรรหาคณาจารย์ผู้สอนซึ่งมีคุณวุฒิตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งเก้าจึงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเก้าตามฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งเก้าฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินแก่โจทก์ทั้งเก้าจำนวนคนละ 993,580 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 6 ถึงแก่ความตาย นางวรรณดี มารดายื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งเก้าอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งเก้าฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งเก้าว่า จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเก้าหรือไม่ เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ โจทก์ทั้งเก้าย่อมมีภาระการพิสูจน์โดยนำพยานหลักฐานมาสืบแสดงให้ได้ความว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งเก้าได้รับความเสียหายอย่างไร โจทก์ทั้งเก้าฎีกาว่า จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเก้า เนื่องจากจำเลยทั้งสองจัดหาอาจารย์ผู้สอนที่ไม่มีความรู้ความสามารถเป็นเหตุให้ระบบการศึกษาไม่ได้มาตรฐานและคณะกรรมการการอุดมศึกษาชะลอการรับรองมาตรฐานการศึกษา สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ (หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี) ที่โจทก์ทั้งเก้าสมัครเข้าศึกษา ซึ่งโจทก์ทั้งเก้านำสืบโดยมีตัวโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 เบิกความทำนองเดียวกันว่า

โจทก์ทั้งเก้าสมัครเข้าศึกษาหลักสูตรคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ (หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี) และได้ศึกษาครบทุกวิชา จำเลยที่ 2 ได้ออกหนังสือรับรองเพื่อแสดงว่าโจทก์ทั้งเก้าสอบผ่านหลักสูตร แต่โจทก์ทั้งเก้าไม่ได้เข้ารับการประสาทปริญญาบัตร เนื่องจากมาตรฐานการศึกษาคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ (หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี) ไม่ผ่านการประเมินของคณะกรรมการการอุดมศึกษา ด้วยเหตุผลว่าอาจารย์ประจำหลักสูตรยังมีความรู้ในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจไม่เพียงพอและในการจัดการเรียนการสอนอาจารย์ไม่สามารถยกตัวอย่างหรือประยุกต์การสอนให้เอื้อต่อการใช้งานในธุรกิจได้เนื่องจากไม่มีความเข้าใจในปรัชญาและหลักการของการจัดการเรียนการศึกษาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจและจากการสัมภาษณ์นักศึกษาพบว่ายังขาดความรู้ในสาขาวิชาไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานได้

โครงงานของนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่มีคุณภาพ ไม่แสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของนักศึกษาระบบการวัดและประเมินผลไม่เหมาะสมและไม่สะท้อนความรู้ของนักศึกษา เห็นว่า โจทก์ทั้งเก้ามีเพียงโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 เบิกความเป็นพยานอ้างเอาผลการประเมินของคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่ชะลอการรับรองมาตรฐานการศึกษาเป็นเหตุผลในการกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดแก่โจทก์ทั้งเก้า แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 จงใจเลือกเอาคณาจารย์ที่ไม่มีความรู้ความสามารถหรือประมาทเลินเล่อในการสรรหาอาจารย์ผู้สอนจนเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งเก้าต้องเสียหาย จากการศึกษาในวิทยาลัยจำเลยที่ 1 หรือไม่อย่างไร โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 ตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านสรุปรวมได้ว่า

คณาจารย์ที่สอนมีความรู้ความสามารถ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านคอมพิวเตอร์ ระหว่างการศึกษาโจทก์ทั้งเก้ามีความรู้ความเข้าใจสามารถนำไปใช้งานได้ และได้ความจากจำเลยที่ 2 ว่าอาจารย์ผู้สอนในแต่ละวิชาเป็นผู้มีคุณวุฒิครบถ้วนไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ซึ่งพิจารณาประกอบคำเบิกความของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 ตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านดังกล่าวแล้ว เห็นได้ว่าคณาจารย์ผู้สอนสามารถถ่ายทอดความรู้ให้นักศึกษาได้รับความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่สอนได้ระดับหนึ่ง เมื่อจำเลยที่ 1 สรรหาคณาจารย์ประจำหลักสูตรคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระดับปริญญาตรี (หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี) โดยยึดหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการ

ย่อมมีมูลเหตุให้จำเลยทั้งสองเชื่อว่าคณาจารย์แต่ละคนที่จัดให้มาประจำวิชามีความรู้ความสามารถที่ในการสอนนักศึกษาได้ การประเมินของคณะกรรมการการอุดมศึกษานั้น ได้ความจากจำเลยที่ 2 เบิกความประกอบเอกสารว่าหลังเปิดการเรียนการสอนแล้วจำเลยที่ 1 ได้แจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาให้ดำเนินการรับรองมาตรฐานคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ (หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2549 แสดงว่าการรับรองมาตรฐานการศึกษาของคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะมีขึ้นหลังจากนักศึกษาได้ศึกษาในหลักสูตรที่เปิดสอนแล้ว มาตรฐานการศึกษาคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระดับปริญญาตรี (หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี) ของจำเลยที่ 1 จะผ่านการรับรองของคณะกรรมการดังกล่าวหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการเท่านั้นแม้จะไม่สอดคล้องกับการสรรหาคณาจารย์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ใช่ข้อชี้ขาดว่าจำเลยทั้งสองกระทำการโดยบกพร่องไม่รอบคอบในการสรรหาคณาจารย์มาประจำหลักสูตร

นอกจากนี้ตามหนังสือของคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่มีถึงจำเลยที่ 1 เรื่องการรับรองมาตรฐานการศึกษา แจ้งว่า คณะอนุกรรมการเห็นควรให้ชะลอการรับรองมาตรฐานการศึกษาไว้ก่อน โดยให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการ ดังนี้ 1. แจ้งรายชื่อพร้อมคุณวุฒิของอาจารย์ประจำหลักสูตรที่มีอยู่ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาทราบเพื่อประกอบการพิจารณา 2. จัดให้อาจารย์ประจำหลักสูตรได้รับความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนในการจัดทำโครงงานเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถดูแลการจัดทำโครงงานของนักศึกษาอย่างมีคุณภาพ 3. ให้สอนเพิ่มแก่นักศึกษารุ่นที่ขอรับรองมาตรฐานการศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจในวิชาเอกของสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจทุกรายวิชา และ 4. ให้ปรับปรุงแก้ไขโครงงานของนักศึกษาทุกคนใหม่

จำเลยที่ 1 จึงได้ทำโครงการปรับปรุงตามคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษาทันทีโดยเชิญโจทก์ทั้งเก้ารวมทั้งนักศึกษาอื่นที่ถูกชะลอการประสาทปริญญาบัตรทุกคนเข้าร่วมโครงการ แต่โจทก์ทั้งเก้าไม่ยอมเข้าร่วม ปรากฏว่าเมื่อจำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการดังกล่าวแล้วทำให้มีนักศึกษาที่ถูกชะลอการรับรองมาตรฐานการศึกษาและได้เข้ากระบวนการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาและรับการประสาทปริญญาบัตรจากจำเลยที่ 1 แล้วแสดงให้เห็นว่ากระบวนการรับรองมาตรฐานการศึกษาของคณะกรรมการการอุดมศึกษายังไม่เสร็จสิ้นเด็ดขาดเพียงแค่ชะลอการรับรองมาตรฐานการศึกษาไว้ ดังนั้นแม้จำเลยที่ 1 จะมีความละเอียดรอบคอบในสรรหาคณาจารย์ตามที่เห็นสมควรแล้ว

หากต่อมาเมื่อคณะกรรมการการอุดมศึกษาประเมินแล้วยังไม่พึงพอใจในมาตรฐานการศึกษา ก็อาจยังไม่ให้การรับรองจนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้ครบถ้วนตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาแนะนำ เมื่อโจทก์ทั้งเก้าไม่นำสืบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองจงใจหรือประมาทเลินเล่อในข้อที่กล่าวอ้างนี้ประการอื่นใด แต่กลับได้ความว่าจำเลยทั้งสองได้สรรหาคณาจารย์ผู้ทำการสอนซึ่งมีคุณวุฒิตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งเก้าจึงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดแก่โจทก์ทั้งเก้าตามคำฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งเก้าฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัฒนา วิทยกุล · ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา · เกียรติพงศ์ อมาตยกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางสิรวดี สุขวัฒน์นิจกูล
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2804/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ43/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ924/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้