Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2281/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจ้างที่มีความว่า "เริ่ม 1 เมษายน 2525 เป็นเวลา 1 ปีหรือมากกว่า ตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเมื่อสิ้นสุดการจ้าง งานปีแรก" นั้น มิใช่การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอน เพราะจะจ้างอย่างน้อย 1 ปีแล้วไม่จ้างต่อไปอีกก็ได้ หรือเมื่อครบ 1 ปี แล้วอาจตกลงจ้างกันต่อไปเกินกว่า 1 ปีก็ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยได้เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างใหม่ กำหนดเงื่อนไขเวลาจ้างเป็นเวลา ๑ ปีหรือมากกว่า โดยจะได้ตกลงกันใหม่เมื่อครบกำหนดเงื่อนไขในการจ้างปีแรก โจทก์ตกลงและยินยอม แล้วจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิด และเป็นการเลิกจ้างก่อนสิ้นกำหนดเวลาจ้าง ทำให้โจทก์เสียหายขาดรายได้ และจำเลยเลิกจ้างเป็นกรณีกลั่นแกล้งโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายในการผิดเงื่อนไขการจ้าง ค่าเสียหายตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ค่าชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย ๙๐ วันพร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า ข้อกำหนดระยะเวลาการจ้างระหว่างจำเลยกับโจทก์เป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาไม่แน่นอน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะจำเลยประสบกับภาวะการขาดทุน มีความจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายจึงต้องปลดพนักงานออก โจทก์ทำงานในตำแหน่งอัตราเงินเดือนสูงแต่ผลงานไม่คุ้มค่าจึงต้องปลดโจทก์ออกจากงาน ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของจำเลย มิได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด จำเลยยินดีจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เป็นเวลา ๓๐ วัน แต่โจทก์ไม่ยอมรับ ขอให้ยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน จะเลิกจ้างก่อนกำหนดเวลาไม่ได้ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ก่อนกำหนดถือได้ว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างทำให้โจทก์ขาดรายได้เป็นเงิน ๓๔,๐๐๐ บาท แต่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะจำเลยขาดทุน นับว่ามีเหตุจำเป็น ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม อายุการทำงานของโจทก์ครบ ๑ ปี จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๙๐ วันเป็นเงิน ๓๖,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดระยะเวลาการจ้างมีความว่า "เริ่ม ๑ เมษายน ๒๕๒๕ เป็นเวลา ๑ ปี หรือมากกว่า ตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันเมื่อสิ้นสุดการจ้างงานปีแรก" นั้น เป็นข้อตกลงที่มิได้กำหนดระยะเวลาการจ้างไว้ว่าจ้างกันมีกำหนดแน่นอนเท่าใด จำเลยจ้างโจทก์อย่างน้อย ๑ ปี แล้วไม่จ้างต่อไปอีกก็ได้ หรือเมื่อครบ ๑ ปีแล้วโจทก์จำเลยอาจตกลงจ้างกันต่อไปเกินกว่า ๑ ปีก็ได้ ดังนี้ สัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยดังกล่าวจึงมิใช่เป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอนซึ่งเป็นเหตุที่จำเลยจะยกขึ้นอ้างไม่จ่ายค่าชดเชยได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชยแก่โจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิทูรย์ สุทธิประภาศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2960/2545

แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีอำนาจในการที่จะสั่งถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ใดภายใต้เงื่อนไข พ.ร.บ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้