Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2283/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่1เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาขายลดเช็คตั๋วสัญญาใช้เงินสัญญาค้ำประกันสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตและทรัสต์รีชีทเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่1เมื่อวันที่9กันยายน2534จำเลยที่4ตกลงเข้าค้ำประกันการชำระหนี้จำนวน35,000,000บาทโดยยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่1จนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้โดยสิ้นเชิงตามคำฟ้องแสดงให้เห็นถึงสภาพแห่งข้อหาว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่4รับผิดตามสัญญาค้ำประกันในหนี้ของจำเลยที่1และขอให้บังคับจำเลยที่4ใช้เงินตามสัญญาค้ำประกันจำนวน35,000,000บาทชัดแจ้งแล้วฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม โจทก์มอบอำนาจให้ก. เป็นผู้ฟ้องร้องคดีแทนโจทก์หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนระบุให้มีอำนาจยื่นฟ้องคดีแพ่งได้ทั่วไปแม้จะมิได้ระบุเจาะจงให้ฟ้องจำเลยในคดีนี้ก็เป็นหนังสือมอบอำนาจที่สมบูรณ์ใช้ฟ้องร้องจำเลยในคดีนี้ได้ จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยโจทก์ชอบที่จะบังคับจำนองได้เฉพาะส่วนของจำเลยเท่านั้นการที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้บังคับจำนองที่ดินทั้งหมดเป็นการไม่ชอบและปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นอ้างในฎีกาแต่ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงิน148,605,815.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีของต้นเงิน 132,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 2193 ตำบลบางพรม (บางเชือกหนัง)อำเภอตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร และที่ดินโฉนดเลขที่ 20387 ถึง20417 ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง (เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวม 31 โฉนด พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งเจ็ดออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ให้การว่า

หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องไม่ใช่เป็นเอกสารที่แท้จริง นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ ไม่ใช่ผู้มอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนว่า จำเลยที่ 4 มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์อย่างไร มูลหนี้เกิดจากหนี้ประเภทใด มีหลักฐานอย่างไรและตั้งแต่เมื่อใด ทำให้จำเลยที่ 4 ไม่เข้าใจสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ จำเลยที่ 4 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่โจทก์หากจำเลยที่ 4 ต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันก็รับผิดเพียง35,000,000 บาท ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ให้การว่า จำเลยที่ 5 ถึงที่ 7เป็นทายาทโดยธรรมของนายปรพล ศิลป์พจีการ ก่อนถึงแก่กรรมนายปรพลหามีทรัพย์สินอย่างใดไม่ จำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไม่ได้รับทรัพย์มรดกของนายปรพล

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 5ถึงที่ 7 มารดาของจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 และจำเลยที่ 3 กับนายสิทธิชัย นวลมณี เคยติดต่อขอประนอมหนี้กับโจทก์ โจทก์ตกลงรับเงื่อนไขในการชำระหนี้แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการชำระหนี้แก่โจทก์ตามข้อตกลง จำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ยังไม่ผิดนัดโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ถูกศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องไม่ขอเข้าว่าคดีแทน และขอให้จำหน่ายคดีของจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ร่วมกันชำระเงิน148,605,815.52 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีของต้นเงิน 132,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 รับผิดไม่เกิน 87,000,000 บาทจำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันรับผิดไม่เกิน 35,000,000 บาทจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ร่วมกันรับผิดไม่เกิน 127,225,500 บาทแต่ทั้งนี้ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 หากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 2193 แขวงบางพรม (บางเชือกหนัง)เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานครและที่ดินโฉนดดังกล่าวเลขที่ 20387ถึง 20417 ตำบลลาดบัวหลวง

อำเภอลาดบัวหลวง (เสนาน้อย)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวม 31 โฉนด พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7ร่วมกันรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของต้นเงิน63,247,500 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาขายลดเช็คตั๋วสัญญาใช้เงิน สัญญาค้ำประกันสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตและทรัสต์รีซีท เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2534จำเลยที่ 4 ได้ตกลงเข้าค้ำประกันการชำระหนี้จำนวน 35,000,000บาท โดยยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 จนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้โดยสิ้นเชิง ตามคำฟ้องแสดงให้เห็นถึงสภาพแห่งข้อหาว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 4 รับผิดตามสัญญาค้ำประกันในหนี้ของจำเลยที่ 1 และขอให้บังคับจำเลยที่ 4 ใช้เงินตามสัญญาค้ำประกันจำนวน 35,000,000 บาท

ชัดแจ้งแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมปัญหาข้อต่อไปมีว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายกฤษณ์ สถานานนท์เป็นผู้ฟ้องคดีโดยชอบหรือไม่ โจทก์อ้างนายกฤษณ์ผู้รับมอบอำนาจและนางสาวสุพร อุ่นพานทอง พนักงานวิเคราะห์สินเชื่อของโจทก์เบิกความว่านายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการคนเดียวลงลายมือชื่อกระทำการแทนโจทก์ได้ นายกฤษณ์เป็นผู้นำหนังสือมอบอำนาจไปให้นายเกริกเกียรติ ลงลายมือชื่อตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 จำเลยที่ 4 มิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่านายเกริกเกียรติลงลายมือชื่อกระทำการแทนโจทก์ได้ และนายเกริกเกียรติได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 มอบอำนาจให้นายกฤษณ์เป็นผู้ฟ้องร้องคดีแทนโจทก์

หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน ระบุให้มีอำนาจยื่นฟ้องคดีแพ่งได้ทั่วไป แม้จะมิได้ระบุเจาะจงให้ฟ้องจำเลยที่ 4 ในคดีนี้ก็เป็นหนังสือมอบอำนาจที่สมบูรณ์ใช้ฟ้องร้องจำเลยที่ 4 ในคดีนี้ได้ปัญหาที่จะวินิจฉัยข้อสุดท้ายมีว่า จำเลยที่ 4 ได้ทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.66 หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 ได้ทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.66 ต่อโจทก์จริง ส่วนฎีกาข้ออื่นจำเลยที่ 4 มิได้ให้การไว้ ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 20387 ถึง 20417 ตำบลลาดบัวหลวง

อำเภอลาดบัวหลวง(เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งหมดนั้น เป็นการไม่ชอบเพราะจำเลยที่ 3 จดทะเบียนจำนองที่ดิน 31 โฉนด ดังกล่าวเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 3 โจทก์จึงชอบที่จะบังคับจำนองได้เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 3 และปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยที่ 4 ไม่ได้ยกขึ้นอ้างในฎีกา แต่ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 20387ถึง 20417 ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง (เสนาน้อย)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วุฒิ คราวุฒิ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้