Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2284/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้จัดสรรที่ดินได้ซื้อที่ดินจากจำเลยมาทำการปรับปรุงจัดสรรเพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป โดยทำถนนพิพาทขึ้นในที่จัดสรรนั้นด้วย ถือได้ว่าถนนพิพาทเป็นสาธารณูปโภค ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินต้องตกอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรตามนัยแห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคแรก และข้อ 32 แม้ว่าถนนดังกล่าวยังมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ก็ตาม จำเลยก็ไม่มีสิทธิกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1387 ป.พ.พ. มาตรา 1390 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 มาตรา 30 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 มาตรา 32 ป.พ.พ. มาตรา 1384

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายที่ดินโฉนดเลขที่ 668 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญกรุงเทพมหานคร ให้แก่นายแนะ นายแนะแบ่งแยกที่ดินนั้นเป็นที่จัดสรรและแจ้งการจัดสรรที่ดินตามข้อ 32 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ต่อมานายแนะได้ขายฝากที่ดินจัดสรรดังกล่าวให้แก่โจทก์ 10 โฉนด แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ปลูกบ้านเลขที่ 66/1 ลงในที่โฉนดที่ 34666 ซึ่งอยู่ในเขตที่ดินจัดสรร โจทก์มอบอำนาจให้นายแฉล้มนำหนังสือไปให้จำเลยเซ็นชื่ออนุญาตให้ปักเสาไฟฟ้าผ่านถนนที่จัดสรรซึ่งยังมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยไม่ยอมเซ็นอนุญาตทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อน ขอให้บังคับจำเลยยินยอมอนุญาตให้โจทก์ได้ปักเสาไฟฟ้าและเดินสายไฟฟ้าไปยังที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่าถนนพิพาทมิได้ตกเป็นทางภารจำยอมตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ข้อ 30 และจำเลยไม่เคยอุทิศให้เป็นสาธารณประโยชน์จำเลยไม่เคยขัดขวางโจทก์ปักเสาไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลย

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยยินยอมอนุญาตให้โจทก์ปักเสาและเดินสายไฟฟ้าผ่านถนนพิพาทของจำเลยไปยังที่ดินของโจทก์ได้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยขายที่ดินให้นายแนะแปลงหนึ่งเนื้อที่22 ไร่เศษ นายแนะเอามาทำการปรับปรุงจัดสรรโดยทำถนนภายในที่ดินและแบ่งแยกเป็นแปลงย่อยเพื่อจำหน่าย นายแนะชำระค่าที่ดินให้จำเลยแล้วเพียง17 ไร่ ที่เหลืออีก 5 ไร่เศษ เป็นที่ดินส่วนซึ่งเป็นถนนพิพาทนายแนะยังไม่ชำระเงินจำเลยจึงยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนซึ่งเป็นถนนพิพาทให้นายแนะ

นายแนะได้ขายฝากที่ดินที่แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยแล้วนี้ไว้กับโจทก์หลายแปลงรวมทั้งแปลงโฉนดเลขที่ 34666 ด้วย แล้วไม่ไถ่คืน ที่ดินที่ขายฝากจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ได้มอบให้นายแฉล้มเป็นผู้จัดการขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นต่อไป เว้นแต่ที่ดินโฉนดเลขที่ 34666 โจทก์เอาไว้ปลูกบ้านของโจทก์เองในบริเวณที่ดินที่จัดสรรนี้ยังไม่มีไฟฟ้าแล้ววินิจฉัยว่าที่จำเลยฎีกาว่า แม้นายแนะเป็นผู้ทำถนนพิพาท ถนนพิพาทก็ไม่เป็นสาธารณูปโภคซึ่งตกอยู่ในภารจำยอมตามประกาศของคณะปฏิวัติตามที่โจทก์อ้าง เพราะจำเลยมิใช่ผู้จัดสรรที่ดินมิได้เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ถนนพิพาทมาจากบุคคลอื่น และจำเลยมิเคยอุทิศถนนพิพาทให้เป็นสาธารณประโยชน์หรือจัดให้เป็นสาธารณูปโภคแต่อย่างใดจำเลยมีสิทธิที่จะขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้ามาเกี่ยวข้องกับถนนพิพาท ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้นเห็นว่าประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 32 มีความว่า

"ผู้ใดทำการจัดสรรที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและได้จำหน่ายที่ดินจัดสรรไปแล้วบางส่วน หรือได้จัดสรรให้มีสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะไปแล้วบางส่วน แม้ผู้นั้นได้ยื่นเรื่องราวและแสดงหลักฐานตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ก็ให้ทำการจัดสรรที่ดินนั้นต่อไปได้โดยไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ เว้นแต่กิจการอันเป็นสาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดิน ให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งข้อ 30 ด้วย และข้อ 30 วรรคแรกมีความว่า "สาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาตเช่น

ถนน สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ให้ถือว่าอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร และจะกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไป หรือเสื่อมความสะดวกมิได้" ข้อเท็จจริงได้ความว่านายแนะได้ซื้อที่ดินจากจำเลยมาทำการปรับปรุงจัดสรรเพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปโดยทำถนนพิพาทขึ้นในที่ดินจัดสรรนั้นด้วย จึงถือได้ว่าถนนพิพาทเป็นสาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดิน ต้องตกอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรตามนัยแห่งประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวข้างต้น แม้ว่าถนนพิพาทยังมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ก็ตาม จำเลยไม่มีสิทธิกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1023/2546

ล. ก่อสร้างตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ ลงบนที่ดินแปลงย่อยซึ่งแบ่งจากที่ดินแปลงใหญ่รวม 121 คูหา เรียงติดต่อกัน การที่ อ. จัดจำหน่ายที่ดินพร้อมตึกแถวตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป โดยมีทางเท้าและถนนผ่านหน้าตึก โครงกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4050/2545

โจทก์ทั้งยี่สิบห้าเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ในศูนย์การค้าซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดสรรขาย ภายในศูนย์การค้ามีถนนรวม 6 สาย ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคที่จำเลยที่ 1 จัดทำขึ้น และเป็นภาระจำยอมเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 936/2540

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน2515 ข้อ 30 วรรคหนึ่ง ประกอบข้อ 32 จะเห็นได้ว่า ถึงแม้การจัดสรรที่ดิน ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินกระทำอยู่ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8405/2540

จำเลยที่ 1 และที่ 2 จัดสรรที่ดินโดยมีเจตนาจะจัดให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 6534 เป็นถนนอันเป็นสาธารณูปโภคจึงเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286มาแต่ต้น ที่ดินโฉนดเลขที่ 6534 ก่อนมีการรังวัดเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1952/2539

แม้จะไม่ปรากฎว่าบริษัทก.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินจากคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่286และที่ดินโฉนดเลขที่31569ส่วนที่เป็นทางพิพาทนั้นเป็นที่ดินตามแผนผังและ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้