Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2285/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ในกรณีที่โจทก์ประวิงคดี การที่จะวินิจฉัยให้โจทก์ชนะหรือแพ้คดีย่อมอยู่ที่คำฟ้อง คำให้การ และคำรับของคู่ความ เมื่อจำเลยแถลงยินยอมให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยจะไม่เกี่ยวข้องต่อไปอีก การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงพอวินิจฉัยได้แล้ว พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้าม จำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง และให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนาม ในที่ดินดังกล่าว จึงชอบด้วยวิธีพิจารณา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ให้รื้อถอนรั้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ตามสำนวนปรากฏว่าศาลชั้นต้นชี้สองสถานวันที่ 1 ธันวาคม 2518 แล้วนัดพร้อมเพื่อตกลงกันในวันที่ 24 ธันวาคม 2518 ถึงวันนัดพร้อม คู่ความขอให้ทำแผนที่พิพาทเจ้าหน้าที่ทำแผนที่พิพาทแล้ว จำเลยแถลงว่า แผนที่พิพาทไม่ถูกต้อง ขอให้ทำใหม่ ศาลชั้นต้นอนุญาต ได้นัดพร้อมและเลื่อนไปอีก วันที่ 27 พฤศจิกายน 2520 เจ้าหน้าที่ไปทำแผนที่พิพาทใหม่ ศาลชั้นต้นนัดพร้อมและนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 1 มิถุนายน 2521 แต่โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนไปวันที่ 6 มิถุนายน 2521 ถึงวันนัด โจทก์ขอเลื่อนไปวันที่ 4 กันยายน 2521 ถึงวันนัด โจทก์ขอเลื่อนอีก ศาลชั้นต้นสอบจำเลย จำเลยแถลงว่า ยินดีจะยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามฟ้อง

คดีจะได้เลิกกันไป โจทก์ขอสืบพยานเพื่อพิสูจน์ที่ดิน จำเลยแถลงว่าหากโจทก์แถลงดังกล่าวก็ไม่อาจตกลงกันได้ ศาลชั้นต้นเลื่อนไปสืบพยานโจทก์วันที่ 9 ตุลาคม 2521 ถึงวันนัด โจทก์ขอเลื่อน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์วันที่ 23 พฤศจิกายน 2521 ถึงวันนัด ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า จำเลยแถลงยินยอมให้ที่พิพาทภายในเส้นสีแดงตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์จำเลยจะไม่เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทดังกล่าวต่อไปอีก โจทก์แถลงว่าไม่พอใจตามที่จำเลยแถลง ขอสืบพยานโจทก์แต่พยานโจทก์ยังไม่พร้อม ขอเลื่อน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีนี้ จำเลยแถลงยินยอมให้ที่พิพาทตามฟ้องแก่โจทก์ตั้งแต่นัดก่อนแล้ว แต่โจทก์ยังไม่พอใจขอเลื่อนการพิจารณามานัดหนึ่ง

บัดนี้โจทก์ขอเลื่อนอีกโดยที่จำเลยยินยอมให้ที่พิพาทแก่โจทก์ตามฟ้อง ประกอบกับคดีนี้โจทก์ขอเลื่อนการพิจารณามาหลายครั้งเกี่ยวกับทำแผนที่พิพาทและตั้งทนายความ ถือว่าโจทก์ประวิงคดี ไม่ขวนขวายเตรียมคดีให้พร้อมและขอเลื่อนการพิจารณาอีก ทั้งคดีนี้ข้อเท็จจริงพอวินิจฉัยได้แล้วจึงไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนการพิจารณาต่อไปอีกที่จำเลยฎีกาว่า แผนที่ท้ายฟ้องและแผนที่พิพาทไม่ได้ระบุอาณาเขตกว้างยาวเป็นการเคลือบคลุม ไม่สามารถบังคับคดีได้และยากต่อการปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล ต่อไปต้องพิพาทกันอีก ไม่เป็นการยุติแห่งข้อพิพาทได้เพราะโจทก์คงกลับไปก่อกวนจำเลยอีกต่อไปนั้น ตามคำฟ้องโจทก์ข้อ 2 มีข้อความว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำรั้วลวดหนามบุกรุกเข้าไปในที่ดินโจทก์ทางด้านทิศตะวันออกจากจุด

จ. มายังจุด ฉ. ประมาณ 3 เส้นโดยมุ่งไปทางทิศเหนือ ดังแนวเขตเส้นสีแดงตามแผนที่สังเขป เป็นการระบุแนวเขตที่จำเลยบุกรุกประกอบแผนที่ท้ายฟ้องและปรากฏว่าที่ดินโจทก์เป็นที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้ว ย่อมมีเขตที่ดินที่แน่นอน และจำเลยก็แถลงยินยอมให้ที่พิพาทในเส้นสีแดงตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ จำเลยจะไม่เกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไปอีก เห็นได้ว่า ตามฟ้องโจทก์และคำแถลงของจำเลยพอที่จะบังคับคดีได้ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ประวิงคดี เท่ากับโจทก์มาศาลโดยไม่สุจริตตามข้อต่อสู้จำเลย จึงควรยกฟ้องโจทก์ ไม่ควรพิจารณาต่อไป การที่พิจารณาให้ผู้ที่ไม่สุจริตชนะคดีเป็นการขัดต่อกฎหมาย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อปรากฏว่าโจทก์ประวิงคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนการพิจารณาแต่หามีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ในกรณีที่โจทก์ประวิงคดีไม่ การที่จะวินิจฉัยให้โจทก์ชนะหรือแพ้คดี ย่อมอยู่ที่คำฟ้อง คำให้การ และคำรับของคู่ความ เมื่อจำเลยแถลงยินยอมให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยจะไม่เกี่ยวข้องต่อไปอีก การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง และให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามในที่ดินดังกล่าวจึงชอบด้วยวิธีพิจารณาแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2568

แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้