Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2294/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตรโจทก์ถูก ส.ขับรถยนต์ชนถึงแก่ความตาย โจทก์จัดการแทนบุตรที่ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5(2) จำเลยเป็นนายตำรวจผู้สืบสวนสอบสวนคดีนั้นได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือ จดคำพยานไม่ตรงกับคำให้การของพยานโดยไม่ชอบ เพื่อช่วยเหลือ ส. มิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ถือว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นการกระทำต่อโจทก์ โจทก์เป็นผู้เสียหายโดยตรง จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 โจทก์ฟ้องจำเลยมาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ปรากฏว่าเป็นเพราะคำฟ้องคดีนั้นโจทก์มิได้บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดถึงอำนาจฟ้องของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ด้วยข้อหาเดียวกันนั้นต่อศาลชั้นต้นเดียวกันโดยบรรยายอำนาจฟ้องของโจทก์ให้ชัดขึ้นดังนี้ สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ยังหาได้ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) ไม่เพราะศาลยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดในการกระทำความผิดของจำเลย การฟ้องกล่าวหาว่าเจ้าพนักงานจดคำพยานไม่ตรงกับคำให้การของพยานนั้น เมื่อมิได้บรรยายฟ้องให้ได้ความชัดว่าคำให้การของพยานคนไหนบ้าง และเป็นข้อความตอนใดที่จำเลยจดไม่ถูกต้องตรงกับที่พยานให้การอย่างไร ย่อมถือว่าเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(5)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายประทุม เจริญเกตุ บุตรของโจทก์ถูกรถยนต์โดยสารซึ่งนายสำรวน หรือรวน ทองใบ จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ ๕๒/๒๕๑๕ ของศาลชั้นต้น เป็นผู้ขับชนตาย โจทก์ในฐานะบิดาของนายประทุมจึงเป็นผู้เสียหาย มีอำนาจจัดการแทนนายประทุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ วรรค ๒ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่สืบสวนคดีอาญา และเป็นพนักงานสอบสวนคดีที่นายประทุมถูกรถยนต์ชนตายดังกล่าว จำเลยทั้งสองโดยเจตนาทุจริตได้ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว โดยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือ จดคำพยานหลักฐานไม่ถูกต้องตรงกับคำให้การของพยาน อันเป็นการมิชอบเพื่อช่วยเหลือนายสำรวนหรือรวนผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๒๐๐, ๘๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องโจทก์แล้ว พิพากษาว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง และไม่มีอำนาจจัดการแทนดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ (๒) อีกทั้งคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกับคดีอาญาแดงที่ ๑๘/๒๕๑๖ ของศาลชั้นต้น ซึ่งได้พิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และให้ยกฟ้องไปแล้ว จึงให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา และเป็นพนักงานสอบสวน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต เพื่อช่วยเหลือนายสำรวนหรือรวน ทองใบ ซึ่งถูกฟ้องหาว่าขับรถโดยประมาทชนนายประทุม เจริญเกตุ บุตรของโจทก์ตาย เห็นว่า ที่โจทก์หาว่าจำเลยจดคำพยานไม่ถูกต้องตรงกับคำให้การของพยานโดยมิชอบนี้ จำเลยกระทำในคดีที่นายสำรวนหรือรวน ทองใบ เป็นผู้ต้องหา ซึ่งตามคำฟ้องคดีนี้พอเข้าใจได้ว่าโจทก์คดีนี้เป็นผู้จัดการแทนนายประทุม เจริญเกตุ ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓ และ ๕(๒) ในคดีที่นายสำรวนหรือรวนทองใบ เป็นผู้ต้องหานั้น การกระทำผิดของจำเลยจึงเป็นการกระทำต่อโจทก์คดีนี้ จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยตรงและเห็นว่า

แม้โจทก์จะได้ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นศาลเดียวกันนี้ด้วยข้อหาเดียวกันนี้มาครั้งหนึ่งแล้วศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแต่ปรากฏว่าเป็นเพราะคำฟ้องคดีนั้นโจทก์มิได้บรรยายโดยแจ้งชัดถึงอำนาจฟ้องของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ใหม่ โดยบรรยายอำนาจฟ้องของโจทก์ให้ชัดขึ้น ดังนี้ สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ยังหาได้ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) ไม่ เพราะศาลยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดในการกระทำความผิดของจำเลย แต่ที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องว่าจำเลยทั้งสองโดยเจตนาทุจริต ได้ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนคดี โดยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่คือ จดคำพยานหลักฐานไม่ถูกต้องตรงกับคำให้การของพยาน

อันเป็นการมิชอบ ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือนายสำรวนหรือรวน ทองใบ มิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลงนั้น โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ได้ความชัดว่าคำให้การของพยานคนไหนบ้าง และเป็นข้อความตอนใดที่จำเลยจดไม่ถูกต้องตรงกับที่พยานให้การอย่างไร ต้องถือว่าเป็นคำฟ้องที่ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดมาให้เพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) และเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายอภินย์ ปุษปาคม
ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ปานชุ่มจิตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2503

ผู้เสียหายไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาย่อมมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอาญาแทนได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2503) (ดูเทียบกับฎีกาที่ 755/2502 ซึ่งวินิจฉัยว่า การร้องทุกข์นั้น ย่อมมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนกันไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2549

การวินิจฉัยสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการมิใช่เป็นการวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดหรือเป็นผู้บริสุทธิ์ดังเช่นกระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล แต่เป็นเพียงการวินิจฉัยมูลความผิดตามที่กล่าวหาเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2531

ทรัพย์ตามฟ้องซึ่งถูกคนร้ายลักไปเป็นของกระทรวงกลาโหม อยู่ในความดูแลของกรมสรรพาวุธทหารบกซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกองทัพบก กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ต่างก็เป็นนิติบุคคลและเป็นผู้เสียหายในค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4397/2530

จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารโจทก์ร่วมได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของธนาคาร กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริตผิดระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติเบิกจ่ายเงินจนลูกค้าธนาคารโจทก์ร่วมเป็นลูกหนี้ธนาคารโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2503

ในกรณีที่กรรมการบริษัทจำกัดฉ้อโกงบริษัท และบริษัทนั้นไม่ยอมดำเนินคดีกับกรรมการที่ฉ้อโกง ผู้ถือหุ้นย่อมเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีทางอาญาขอให้ลงโทษกรรมการผู้นั้นได้เมื่อได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในควา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้